| หน้านี้ท่านบรรเลง | บันทึกของน้ำตาล #2 | หลบงานมาเล่นเน็ต | หนอนหนังสือ |
| โพสต์รูปให้เพื่อนดู | สมุดลงนามสำหรับผู้มาเยือน | กระดานเสวนา | หนัง กะ เรา|

- แก้ไขข้อมูลสมาชิก | เข้าระบบผู้ดูแล | ตั้งกระทู้ใหม่ -



คุณพุ่มกับ"ซินเนมอลโรลสำหรับ ทูลหม่อมตา...

เอ็กซ์คลูซีฟ คุณพุ่ม เจนเซ่น กับบทสัมภาษณ์สุดท้าย บันทึกไว้ในความทรงจำ "ซินเนมอลโรลสำหรับ ทูลหม่อมตา..."

ถือเป็นความภาคภูมิใจ และเป็นความเศร้าเสียใจในคราวเดียวกัน สำหรับทีมงานที่ได้รับโอกาสพิเศษ เมื่อวันที่ 22 ธันวาคมที่ผ่านมา

เพราะไม่มีใครคาดคิด การที่ คุณพุ่ม เจนเซ่น ให้สัมภาษณ์เป็นกรณีพิเศษกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ในเช้าวันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ.2547 จะเป็นบทสัมภาษณ์ครั้งสุดท้าย

แน่นอนว่า คณะผู้สัมภาษณ์ต่างจดจารึกเรื่องราวในวันดังกล่าวได้อย่างกระจ่างชัด

วันนั้น การสัมภาษณ์เกิดขึ้นตรงตามเวลานัดหมายที่กำหนดไว้ 10.00 น.

คุณพุ่ม สวมเสื้อสีน้ำเงิน กางเกงขายาวสีดำขลับ เดินเข้ามาทักทาย รศ.ดร.จงรักษ์ ไกรนาม ประธานกรรมการอำนวยการบริหารโครงการการศึกษานานาชาติโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และประธานอนุกรรมการฝ่ายพัฒนาการศึกษาและสังคม และผู้สัมภาษณ์อย่างเป็นการเอง ด้วยคำทักทายภาษาอังกฤษ "How are you ?"

และคำทักทายภาษาไทยว่า "สวัสดีครับ"

การสัมภาษณ์เริ่มขึ้นในห้องอาหารเล็กๆ ซึ่งเป็นสถานที่เรียนการทำอาหารของคุณพุ่ม ในโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นานาชาติ โปรแกรมพิเศษออทิสติกส์ เพื่อให้เข้ากับประเด็นการสัมภาษณ์ที่ "ประชาชาติธุรกิจ" ได้สืบทราบมาว่า

คุณพุ่มกำลังวางแผนที่จะมีกิจการขายขนมซินเนมอลโรลเป็นของตัวเอง !

นอกจาก อ.จงรักษ์ แล้ว วันนั้นยังมีอาจารย์ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสัมภาษณ์ด้วย คือ อ.มัลลิการ์ หลีละพันธ์ อาจารย์ผู้สอนทางด้านการทำอาหาร และ อ.ประภาพันธ์ ชินวงศ์ ครูพี่เลี้ยง

เมื่อถามว่า คุณพุ่มใช้ภาษาไทยได้หรือไม่

คุณพุ่มตอบทันทีเลยว่า "ได้ครับ"

เป็นคำตอบสั้นๆ ที่ อ.จงรักษ์ กล่าวเสริมว่า คุณพุ่มจะไม่สามารถโต้ตอบได้รวดเร็ว และไม่สามารถพูดได้ประโยคยาวๆ ซึ่งนี่คือความคับข้องใจของเด็กออทิสติกส์ ตรงนี้เป็นปัญหาที่ทำให้คุณพุ่มอารมณ์หงุดหงิดบ้างในบางครั้ง แต่ตอนนี้เข้าใจเยอะแล้ว เกือบจะโต้ตอบได้อัตโนมัติ

วันนั้น อ.มัลลิการ์ ได้นำ "ซินเนมอลโรล" ขนมที่เป็นผลงานของคุณพุ่มมาวางให้เห็นด้วย มีทั้งในรูปแบบกล่องใหญ่ และกล่องเล็กๆ

คุณพุ่มตื่นเต้นกับขนมที่ถูกแกะนำมาวางไว้ตรงหน้า และเฝ้าคอยดูแลอย่างไม่กะพริบตา พอดีว่ามีแมลงบินรบกวน คุณพุ่มก็รีบปัดในทันที

อ.มัลลิการ์ บอกว่า คุณพุ่มไม่ชอบแมลง จะเป็นอย่างนี้ตลอด "แต่ท่านจะชอบแมวนะ เห็นทีไรก็จะเข้าไปจับทุกที"

ด้าน อ.จงรักษ์ บอกเล่าถึงกิจวัตรประจำวันในด้านการทำอาหารของคุณพุ่มว่า "ทุกวันนี้ครึ่งวันเช้า ท่านจะทำเบเกอรี่ ตอนนี้ที่จะทำให้เป็นเรื่องเป็นราวคือ ซินเนมอลโรล เพราะทำแล้วได้เยอะๆ คุณพุ่ม สามารถตวงแป้ง ผสมสัดส่วนตามที่สอนไว้ได้เอง ใส่เนย น้ำตาล ตามขั้นตอนได้เอง จนถึงนวดและเอามาโรลได้เองหมด ตัดเป็นชิ้นได้สม่ำเสมอ"

ขณะนั้น คุณพุ่มยังเฝ้าซินเนมอลโรลอย่างใจจดใจจ่อ ชนิดริ้นไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม

เมื่อถามว่าเวลาทำซินเนมอลโรล สนุกไหมคะ

คุณพุ่มจึงหันมาสบตาแล้วตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า "สนุกครับ"

จากนั้นคุณพุ่มก็หันไปปัดแมลงต่อ...

อ.จงรัก บอกอีกว่า เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว (กลางเดือนธันวาคม) คุณพุ่มนำซินเนมอลโรลไปให้สมเด็จพระนางฯ เจ้าพระบรมราชินีนารถ, สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร, สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี, ทูลหม่อมแม่, สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์, พระวรวงค์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ, หม่อมเจ้าหญิงสิริวัณวรี มหิดล คุณพุ่มได้ทำถวายทุกพระองค์

เมื่อได้ยิน คุณพุ่มก็พูดตามอาจารย์ทันที...

"มอบให้ พระราชินี, น้าหญิงสิรินธร, น้าชาย, ฟ้าหญิงจุฬาภรณ์, ทูลหม่อมแม่, กรมหลวงนราธิวาส, องค์โสม, ท่านหญิงสิริวัณวรี"

เมื่อถามต่อว่า แล้วคุณพุ่มได้ทำถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยหรือไม่คะ

คุณพุ่มยืดอกตอบทันใด "Yes, by myself"

ดูเหมือนว่าเมื่อเอ่ยถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดวงตาของคุณพุ่มจะเปล่งประกาย เพราะเมื่อไม่นานมานี้คุณพุ่มได้นำวีซีดี และดีวีดี ออกกำลังกายในโครงการผลิตและเผยแพร่การบริหารกายเพื่อสุขภาพที่ถูกหลัก ชุด คุณพุ่ม เจนเซ่น เทิดพระเกียรติ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

พอหยิบวีซีดี ดีวีดี ชุดนั้นออกมาให้คุณพุ่มได้เห็น คุณพุ่มดีใจ และชี้บอกว่า

"ทูลหม่อมตา like it !" แม้จะเป็นคำพูดสั้นๆ แต่ทว่าเขาตอบด้วยเสียงหนักแน่น นัยน์ตาส่องประกายแห่งความสุขอย่างสุดบรรยาย

เมื่อถามว่า ในครั้งแรกที่ให้ทูลหม่อมแม่ได้ชิมซินเนมอลโรลฝีมือคุณพุ่ม ทูลหม่อมแม่บอกว่าอย่างไรคะ

คุณพุ่มยิ้ม ก่อนที่จะตอบว่า "It is good, it is taste good."

อ.จงรักษ์ เล่าถึงความน่ารักที่คุณพุ่มทรงมีความห่วงใยในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาฯ ในทุกเวลานาทีว่า

"เวลาคุณพุ่มทำอาหารเสร็จ ทุกครั้งท่านจะขอใส่กล่อง เอากลับไปให้ทูลหม่อมแม่ ทำอย่างนี้ทุกครั้ง ขนมก็เหมือนกัน แล้วทุกครั้งทูลหม่อมก็จะต้องรับประทาน ไม่ว่าจะเย็นชืดอย่างไรก็ตาม นี่คือ คุณพุ่ม บางครั้งทูลหม่อมฯ ก็จะฝากบอกคุณหมอเพ็ญแข (พ.ญ.เพ็ญแข ลิ่มศิลา หนึ่งในแพทย์บำบัดรักษาออทิสซึ่ม จากโรงพยาบาลยุวประสาท) มาว่า อร่อย และยังบอกว่าอีกว่า เย็นชืดอย่างไรก็ต้องทาน..."

นอกจากนี้ คุณพุ่มยังทรงผูกพันกับเพื่อนร่วมชั้นเรียนชื่อ "คุณต้น" ซึ่งในขณะสัมภาษณ์ คุณพุ่มมักจะถามหาเขาคนนี้อยู่ตลอดเวลา

"คุณพุ่มจะถามหาคุณต้น ผู้เรียนร่วมชั้นตลอด ท่านเป็นอย่างนี้น่ารัก จำได้ว่า ท่านเคยเอากระเป๋าเป้ใบใหม่มาให้ เพราะเห็นคุณต้นถือเป้ใบเก่าๆ พอไม่เห็นคุณต้นใช้ ท่านก็ทวงถาม ไม่ได้ขอคืนนะ แต่เข้าใจว่าคุณพุ่มคงสงสัยว่า ทำไมไม่เอามาใช้"



ในปี 2548 อ.จงรักษ์วางแผนเอาไว้ว่า จะให้คุณพุ่มทำซินเนมอลโรลออกจำหน่ายขายในราคาชิ้นละ 25 บาท ซึ่งคุณพุ่มได้รับรู้และตื่นเต้นกับการที่จะทำธุรกิจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการออกแบบโลโก้ที่ลงมือออกแบบเอง

อ.จงรักษ์ กระเซ้าว่า ใครเป็นคนดีไซน์คะ คุณพุ่ม หรือ อ.คมกริช

คุณพุ่มรีบตอบกลับในทันทีว่า "I did ! คุณพุ่มโฮมเบเกอรี่" พร้อมกับชี้ที่โลโก้ ซึ่งเป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจที่แสดงออกมาอย่างมากมายจากรอยยิ้ม

เป็นรอยยิ้มแห่งความครื้นเครงที่ทำให้เสียงหัวเราะเกิดขึ้นในวงสนทนาเล็กๆ วงนั้น

เนื่องด้วยใกล้เทศกาลปีใหม่ เมื่อถามว่า ปีใหม่นี้คุณพุ่มมีโครงการจะไปไหน

คุณพุ่ม ยิ้มเปื้อนหน้า ก่อนที่จะตอบว่า

"ไปหัวหิน ไปเยี่ยมหม่อมตา (พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว) วันที่ 31 ธันวาคม"

เป็นการวางแผนล่วงหน้าที่คุณพุ่มหวังใจเอาไว้ว่า จะนำขนมซินเนมอลโรล ติดโลโก้ คุณพุ่มโฮมเบเกอรี่ ไปถวายให้แก่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยมือตัวเอง

นี่คือความตั้งใจ ที่ อ.จงรักษ์, อ.มัลลิการ์, อ.ประภาพันธ์ ต่างก็รับรู้ได้ถึงความตั้งใจนั้น ขนาดผู้ให้สัมภาษณ์เองยังรู้สึกได้ เพราะเมื่อในตอนท้ายการสัมภาษณ์ที่กำลังจะจากลา ทีมอาจารย์ได้เตรียมซินเนมอลโรลกล่องใหญ่เอาไว้มอบให้เป็นที่ระลึก โดยเตรียมให้คุณพุ่มเป็นผู้มอบ

แต่เมื่อคุณพุ่มเห็นกล่อง คุณพุ่มหยุดเล็กน้อย...กระทั่ง อ.มัลลิการ์บอกว่า อันนี้ไม่ใช่ของทูลหม่อมตา คุณพุ่มจึงยอมมอบให้แต่โดยดี

ขณะที่ซินเนมอลโรล ชิ้นอื่นๆ ที่นำมาถ่ายรูป คุณพุ่มใส่ถุง หิ้วกลับวังไปฝากทูลกระหม่อมหญิง เช่นเคย !

การสัมภาษณ์ในครั้งนั้นลุล่วงไปด้วยความราบรื่น และเต็มไปด้วยเรื่องราวดีๆ

น่าเสียดายที่ความตั้งใจ และวันแห่งความสุขที่คุณพุ่มเตรียมการไว้ในวันที่ 31 ธันวาคม เดินทางไปยังไม่ทันถึง

เหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจให้กับคนไทยทั้งประเทศในวันที่ 26 ธันวาคม 2547 ก็ช่วงชิงวันเวลาที่เหลือของ คุณพุ่ม เจนเซ่น ไปตลอดกาล

ทิ้งไว้แต่เพียงความทรงจำ ความอาลัย-รำลึกถึง คุณพุ่ม เจนเซ่น กับเรื่องราวของ "ซินเนมอลโรล" ที่จะประทับอยู่ในใจผู้คนไปอีกนานแสนนาน

http://www.matichon.co.th/weekly/weekly.php?srctag=0402311247&srcday=2004/12/31&search=nohttp://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P3213464/P3213464.html

    โดย : ว่าวลม     เมื่อ : 5/01/2005 09:31 PM

 
 
ความคิดเห็นที่: 1

คุณพุ่ม เจนเซน ดวงใจของพระมารดา

ไม่มีความรักใดในโลกที่จะยิ่งใหญ่เทียบเทียมได้กับความรักอันบริสุทธิ์ของแม่ เพราะ แม่ คือ ผู้ให้ คือ แบบอย่าง เป็นคำที่ยิ่งใหญ่ และเป็นคำหนึ่งคำที่มีค่ายิ่งของสตรี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ได้ประทานสัมภาษณ์พิเศษถึง ความรักระหว่างทูลกระหม่อมฯ กับลูก คุณพลอยไพลิน คุณพุ่ม คุณสิริกิติยา ซึ่งเป็นที่ประทับใจแก่ ผู้ที่อยู่รายรอบพระองค์ท่านเป็นอย่างยิ่ง
ทูลกระหม่อมฯ ดำรัสถึงหลักในการเลี้ยงดูพระโอรสและพระธิดาของพระองค์ว่า "เมื่อเราเป็นแม่เขา เราก็ต้องให้อิสระเขาในการตัดสินใจ ในการเลือกทำอะไรอย่างที่ เขาชอบ ทำในสิ่งที่เขาถนัด ไม่เคยบังคับให้เป็นโน่นเป็นนี่ แต่ก็จะคอยสอนวิธีการดำเนินชีวิต จากประสบการณ์ของเราเอง และคอยช่วยเขาในทุกๆ อย่างอยู่เบื้องหลัง ไม่ว่าเขาจะเลือกอะ ไร เราก็ทำให้เขารู้ว่า แม่คอยดูแลเขาอยู่เบื้องหลังและช่วยลูกได้ทุกอย่าง"

    โดย : ว่าวลม     เมื่อ : 5/01/2005 09:48 PM


ความคิดเห็นที่: 2

"จะห่วงเขาเรื่องเรียนหนังสือ อยากให้เรียนให้จบ เรียนให้ดีและก็มีความรู้ มีอะไรก็ไม่ เท่ากับมีวิชาความรู้ที่จะนำไปช่วยเหลือตัวเองต่อไปได้ และเพื่อเป็นประโยชน์ต่อสังคม อยากให้ เขาตั้งใจเรียน เรียนอะไรก็ได้ให้สามารถนำมาใช้ได้ เรียนในสิ่งที่เขาชอบและมีความสุข... ลูกจะมาเป็นอันดับหนึ่ง โดยเฉพาะน้องพลอยกับน้องพุ่ม เพราะคนหนึ่งเป็นจีเนียส และอีกคนมีปัญ หาทางสุขภาพ เป็นออทิสติก ก็ต้องให้เวลากับเขาอย่างมาก อย่างน้องพลอยเขามีความสา มารถทางด้านดนตรี เราก็ต้องช่วยผลักดันให้เขาไปทางนั้น พาไปเรียนเปียโน ฟังเขาซ้อม จัด คอนเสิร์ต พาไปแข่งขัน ทุกอย่าง ไปเรียนเปียโนกับร้องเพลงนี่เป็นชั่วโมงๆ นะ ขับรถเลาะ ข้ามเมืองไป ส่วนน้องพุ่มก็ต้องพาไปเรียน speech เรียนอะไรต่อมิอะไร ทั้งหมดนี้เราต้องทำ อยู่คนเดียว เพราะฉะนั้นจะมีน้องใหม่ที่ถูกทิ้งนิดหน่อย เพราะเขาเป็นเด็กปกติ"

    โดย : ว่าวลม     เมื่อ : 5/01/2005 09:49 PM


ความคิดเห็นที่: 3

เมื่อถามถึงความรู้สึกของพระโอรสและพระธิดาของทูลกระหม่อมฯ ทั้งสาม ที่มีต่อคำว่า " แม่" ในแบบอย่างของทูลกระหม่อมฯ ต่างมองพระมารดาด้วยสายตาที่อ่อนโยน ก่อนจะเอื้อน เอ่ยเป็นคำตอบเดียวกันว่า "แม่เป็นได้ทั้งแม่และเพื่อน"
นี่คือเรื่องราวของความรักและความผูกพันในครอบครัวของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราช กัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ตลอดจนการดำเนินชีวิตในต่างแดน รวมทั้งกิจกรรมต่างๆ ของพระโอรส และพระธิดา ซึ่งถือได้ว่าเป็นแบบอย่างของครอบครัวที่เปี่ยมไปด้วยความอบอุ่นแน่นแฟ้น

    โดย : ว่าวลม     เมื่อ : 5/01/2005 09:50 PM


ความคิดเห็นที่: 4

คุณพุ่ม เจนเซน พระโอรสองค์เดียวของทูลกระหม่อมฯ เจริญวัยสูงใหญ่สมเป็นชายชาตรี เนื่องจากคุณพุ่มเป็นนักกีฬาและชอบกีฬาหลากหลายประเภท "น้องพุ่มเขาชอบดูบอลและชอบเล่นฟุตบอล อย่างช่วงบอลโลกเขาก็จะดูแล้วสรุปข่าวให้ แม่ฟัง ก็เลยอยากจะให้เขาได้เรียนในสิ่งที่เขาชอบ เขามีศักยภาพทางด้านกีฬามาก ก็ให้เรียน ด้านนี้ไปเรื่อยๆ และเรียนให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ อยากจะให้เขามีความรู้เพื่อให้มีพัฒนา การที่ดีขึ้น ต่อไปจะได้ช่วยตัวเองได้เท่าที่ความสามารถของเขาจะทำได้ คือตอนนี้มีแนวโน้มที่ดีขึ้น และเขาเองดีขึ้นเยอะแล้ว"

    โดย : ว่าวลม     เมื่อ : 5/01/2005 09:51 PM


ความคิดเห็นที่: 5

เหตุการณ์ธรณีพิบัติภัย ที่จังหวัดภูเก็ตในครั้งนี้ นับเป็นการสูญเสียดวงใจอันเป็นสุดที่รักของผู้ เป็นมารดา อีกทั้งยังนำความโศกเศร้าที่มิอาจลืมเลือนมาสู่ปวงชนชาวไทยตลอดไป
ภาพและเนื้อหานำมาจากหนังสือ "ทูลกระหม่อม" หนังสือเล่มแรกที่ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี
ทรงดำริให้จัดทำขึ้นเมื่อปี 2546

http://www.naewna.com/Last_Wed/p13.htm

    โดย : ว่าวลม     เมื่อ : 5/01/2005 09:53 PM


ความคิดเห็นที่: 6


ยังไม่พบตัว คุณพุ่ม นายกฯสั่งค้นหาต่อไป
โดย ..... นสพ.ผู้จัดการออนไลน์ 27 ธันวาคม 2547 11:24 น.

นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าติดตามหาคุณพุ่ม นายกฯสั่งติดตามค้นหา คุณพุ่ม หรือ คุณภูมิ เจนเซ่น ต่อไปวันนี้ หลังจากค้นหามาตลอดทั้งคืนแต่ยังไม่พบตัว

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงควาามคืบหน้าการติดตามค้นหา คุณพุ่ม หรือคุณภูมิ เจนเซ่น โอรสในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ ว่า ได้สั่งการให้นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ตชด.จากสุราษฎร์ธานี และทหารเรือทำการติตตามค้นหาตัวคุณพุ่ม เจนเซ่น ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา หลังจากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และทูลกระหม่อมหญิงอุบัตรัตนฯ เสด็จกลับจากโรงแรมราฟอร์ล่า ที่เขาหลัก แต่ยังไม่เจอตัวคุณพุ่มแต่อย่างใด และในช่วงเช้าวันนี้จะทำการค้นหาต่อไป และล่าสุดคาดว่าคุณพุ่มถูกน้ำพัดไปอยู่ในระหว่างซอกข้างหลังของโรงแรมที่มีกำแพงกั้นอยู่และกำแพงดังกล่าวก็พังไปแล้ว ซึ่งหากคลื่นผัดแรงคุณพุ่มอาจจะโชคดีไปติดอยู่บนภูเขา อาจบาดเจ็บอยู่ก็จะทำการค้นหาต่อไป

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีมนุษย์กบที่ดูแลคุณพุ่มเล่นน้ำหายไปจำนวนสองคน หลังจากที่ส่งตัวคุณพุ่มให้กับตำรวจสันติบาล ส่วนตำรวจสันติบาลจำนวน 4 นายที่ดูแลอยู่หาตัวเจอและรอดชีวิตทั้งหมดเนื่องจากติดอยู่กับตัวตึกของโรงแรม

    โดย : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  เมื่อ : 5/01/2005 10:29 PM


ความคิดเห็นที่: 7


เวลา 11:34 น.

นายกรัฐมนตรี สั่งทุกหน่วยเร่งติดตามค้นหา “คุณพุ่ม เจนเซ่น” โอรสในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ฯ อย่างต่อเนื่อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงควาามคืบหน้าการติดตามค้นหา “คุณพุ่ม" หรือคุณภูมิ เจนเซ่น โอรสในทูลกระหม่อนหญิงอุบลรัตน์ฯ ว่า ได้สั่งการให้ นายคุณวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตชด.จากสุราษฎร์ธานีและทหารเรือทำการติตตามค้นหาตัวคุณพุ่ม เจนเซ่น ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา หลังจากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมารฯ และทูลกระหม่อนหญิงอุบัตรัตน์ฯ เสร็จกลับจากโรงแรมราฟอร์ล่า ที่เขาหลัก แต่ยังไม่เจอตัวคุณพุ่มแต่อย่างใด และในช่วงเช้าวันนี้จะทำการค้นหาต่อไป และล่าสุดคาดว่าคุณพุ่มถูกน้ำพัดไปอยู่ในระหว่างซอกข้างหลังของโรงแรมที่มีกำแพงกันอยู่และกำแพงดังกล่าวก็พังไปแล้ว ซึ่งหากคลื่นผัดแรงคุณพุ่มอาจจะโชคดีไปติดอยู่บนภูเขา อาจบาดเจ็บอยู่ก็จะทำการค้นหาต่อไป พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีมนุษย์กบที่ดูแลคุณพุ่มเล่นน้ำหายไปจำนวนสองคน หลังจากที่ส่งตัวคุณพุ่มให้กับตำรวจสันติบาล ส่วนตำรวจสันติบาลจำนวน 4 ตายที่ดูแลอยู่หาตัวเจอและรอดชีวิตทั้งหมดเนื่องจากติดอยู่กับตัวตึกของโรงแรม

    โดย : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  เมื่อ : 5/01/2005 10:32 PM


ความคิดเห็นที่: 8


เวลา 10:47 น.

รายงานข่าวจากกองทัพเรือแจ้งว่า ขณะนี้ ได้พบเรือ ต.215 ที่ปฎิบัติภาระกิจให้การอารักขา คุณพุ่ม เจนเซ่น โอรสในทูลกระหม่องหญิงอุบลรัตน์ สิริวัฒนาพันธวดี จอดเกยตื้นอยู่บริเวณหน้า โรงแรมราเฟอร์ร่า จ.พังงา แล้ว เบื้องต้นพบเพียง รท.สมชาย นวลน้อย ผู้บังคับการเรือลำดังกล่าวซึ่งมีอาการอิดโรยมาก ส่วน คุณพุ่ม แจนเซ่น และ ช่างเครื่องประจำเรือ กองทัพยังคงค้นหาต่อไป

    โดย : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  เมื่อ : 5/01/2005 10:33 PM


ความคิดเห็นที่: 9


เวลา 13:34 น.

ผู้ว่าราชการจ. ภูเก็ต เผย จนท.กู้ภัย ได้ค้นพบศพ คุณพุ่ม เจนเซ่น โอรสในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี แล้ว นาย อนุวัฒน์ เมธีวิบูลย์วุฒิ ผู้ว่าราชการ จ.พังงา ยืนยัน ว่า จนท.กู้ภัย ได้ค้นพบศพ คุณพุ่ม เจนเซ่น โอรสในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัลยา ศิริวัฒนาพรรณวดี แล้วโดยพบห่างจากอาคารของตัวโรงแรมลาฟอร่าที่พักไปราว 100 เมตร ตั้งแต่เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ได้เคลื่อนย้ายศพ โดยเฮลิคอปเตอร์ ไปยัง จ.ภูเก็ต แล้ว และจะเคลื่อนย้ายศพของคุณพุ่มมาถึงท่าอากาศยานทหารกองบิน 6 ในเวลาประมาณ 17.00น. และจะได้นำศพไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดเบญจนบพิตรต่อไป

    โดย : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  เมื่อ : 5/01/2005 10:35 PM


ความคิดเห็นที่: 10


เวลา 18:59 น.

เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้นำร่างของคุณพุ่ม เจนเซ่น โอรสในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัณญาสิริวัฒนาพรรณวดี นำมาถึงที่กรุงเทพฯ แล้ว ก่อนที่จะนำศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อบำเพ็ญกุศล ต่อไป ทั้งนี้คุณพุ่ม ได้ถึงแก่อนิจกรรม จากเหตุคลื่นยักษ์ถล่ม ขณะกำลังเล่นเจ็ตสกี บริเวณหน้าโรงแรม ราฟอร์ร่า เขาหลัก จ.พังงา ขณะมีอายุได้ 21 ปี

    โดย : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  เมื่อ : 5/01/2005 10:37 PM


ความคิดเห็นที่: 11


นายกฯแถลงพบศพ คุณพุ่ม แล้ว
โดย ..... นสพ.ผู้จัดการออนไลน์ 27 ธันวาคม 2547 14:30 น.

นายกรัฐมนตรีแถลง พบศพ คุณ พุ่ม เจนเซ่น
พระโอรสในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญาฯ แล้ว

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่ จ.ภูเก็ต ถึงสถานการณ์การให้ความช่วยเหลือผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บในเหตุการณ์คลื่นยักษ์ถล่มฝั่งทะเลอันดามันของไทยว่า ได้พบศพ คุณพุ่ม เจนเซ่น โอรสในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี แล้ว โดยพบห่างจากอาคารของตัวโรงแรมที่พักไปราว 100 เมตร ส่วนองครักษ์ถูกกระแสคลื่นยักษ์พัดกระแทกเข้ากับกำแพงโรงแรมได้รับบาดเจ็บ ในขณะที่มนุษย์กบ 2 คนที่ดำน้ำอารักขาอยู่ใต้น้ำหายสาบสูญไป 2 นาย

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว กรณีการพบศพคุณพุ่ม เจนเซ่น

ในการนี้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร จะเสด็จพระราชดำเนินไปยัง จ.ภูเก็ต เพื่อนำศพ คุณพุ่ม กลับกรุงเทพมหานครต่อไป

ในส่วนศูนย์นเรนทร กระทรวงสาธารณสุข ได้รายงานยอดผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต เมื่อเวลา 12.00 น.ที่ผ่านมาว่า มีรายงานผู้เสียชีวิต 431 ราย และผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 4000 ราย โดยตัวเลขทั้งหมดขณะนี้ยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถรวบรวมตัวเลขในแต่ละชั่วโมงไว้ได้ แต่อย่างไรก็ตามตัวเลขดังกล่าวเป็นตัวเลขที่ยืนยันมาจากโรงพยาบาลในพื้นที่ ซึ่งอาจไม่ตรงกับตัวเลขของหน่วยงานอื่นๆ

    โดย : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  เมื่อ : 5/01/2005 10:38 PM


ความคิดเห็นที่: 12


พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ คุณพุ่ม เจนเซ่น
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 27 ธันวาคม 2547 22:48 น.

วันนี้ (27) เวลา 19.45 น. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมารเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และหม่อมเจ้าสิริวัณวรี มหิดลไปยังศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อทรงนำร่างของคุณพุ่ม เจนเซ่น โอรสของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดีที่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตจากคลื่นสึนามิถล่มบริเวณชายฝั่งทะเลอันดามันจังหวัดพังงา เมื่อวานนี้(26 ธ.ค.) นำมาบำเพ็ญกุศลโดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานโกศราชวงศ์ พร้อมฉัตรเบญจาตั้งประดิษฐ์ และให้ตั้งบำเพ็ญกุศล ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวังโดยมีพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไป

ทั้งนี้ คุณพุ่ม เจนเซ่น เป็นโอรสองค์กลางและเป็นโอรสองค์เดียวในจำนวนโอรสธิดา 3 องค์ของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดีมีพี่สาวคือคุณพลอยไพลิน และมีน้องสาวคือคุณสิริกิติยา เจนเซ่น เกิดที่สหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2526 ปัจจุบันอายุ 21ปี 4 เดือน

จบการศึกษาเกรด 10 สเปเชี่ยล คลาส ที่แคลิฟอร์เนียและตามเสด็จพระมารดามาอยู่ในประเทศไทยได้ 4 ปีแล้ว โดยเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนสาธิตเกษตร อินเตอร์เนชั่นแนล โปรแกรมและโปรแกรมวิทยาศาสตร์การกีฬา ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งตลอดเวลาที่อยู่ในประเทศไทย คุณพุ่มได้ร่วมทำกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นสาธารณประโยชน์มากมาย เช่นร่วมวิ่งคฑาและธงตราสัญลักษณ์เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษามหาราชินีและเป็นประธานในงานต่างๆ แบ่งเบาพระราชภาระของพระมารดาโดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณพุ่มมีความรักชาติ และภาคภูมิใจกับการเป็นคนไทยอย่างยิ่ง จึงได้ประพฤติปฏิบัติตนเฉกเช่นชายไทยที่ดีพึงกระทำ ทั้งการบรรพชาเป็นสามเณร

การสมัครเข้าตรวจรับการเกณฑ์ทหารเหมือนชายไทยคนอื่นๆ และยังเป็นอาสาสมัครกองอาสารักษาดินแดน ติดยศว่าที่นายหมวดตรี นอกจากนั้นคุณพุ่มยังมีความสามารถพิเศษสามารถหยั่งรู้ปฏิทิน 150 ปีได้อย่างแม่นยำโดยไม่ต้องดูตำราถึงขนาดที่พิพิธภัณฑ์ริปลีย์บันทึกเป็นสถิติคนแรกของประเทศไทยด้วย

    โดย : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  เมื่อ : 5/01/2005 10:40 PM


ความคิดเห็นที่: 13


รายงานพิเศษ จากประชาชาติธุรกิจ
วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2547 ปีที่ 25 ฉบับที่ 1272

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาฯ กันนาทีชีวิตของคุณพุ่ม

หลังจากเหตุการณ์คลื่นยักษ์ สึนามิ โหมกระหน่ำชายฝั่งทะเลอันดามันถล่ม 6 จังหวัดทางภาคใต้ของประเทศไทยจนยับเยิน มีผู้ประสบภัย สูญหาย ได้รับบาดเจ็บ เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ข่าวสารอีกด้านหนึ่งก็สร้างความสะเทือนใจกับคนไทยทั้งประเทศ เมื่อมีการออกประกาศตามหาตัว คุณพุ่ม เจนเซ่น พระโอรสในทูลกระหม่อมหญิงหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ซึ่งหายไปในช่วงดังกล่าวด้วยเช่นกัน

ในที่สุดการติดตามค้นหาที่กินเวลาตลอดวันอาทิตย์ที่ 26 ธันวาคม 2547 มาจนถึงช่วงบ่ายของวันจันทร์ที่ 27 ก็ยุติลงเมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า พบร่างของ คุณพุ่ม บริเวณเขาหลัก จ.พังงา

นั่นเป็นข่าวที่นำความเศร้าโศกมาสู่คนไทยทั้งประเทศ พร้อมได้รับทราบข่าวในเวลาต่อมาว่า ช่วงค่ำของวันที่ 27 เครื่องบินพระที่นั่งที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงขับเองได้เดินทางมาถึงท่าอากาศยาน บน.6 จากนั้น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ที่ทรงชุดนักบิน ทรงขับรถพระที่นั่ง นำศพคุณพุ่มเข้ามาทางประตูวิเศษไชยศรี พระบรมมหาราชวัง มายังศาลาสหทัยสมาคม

ในวันเดียวกัน เวลา 21.30 น. ที่พระที่นั่งบรมพิมาน ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาฯ ทรงเปิดเผยถึงเหตุการณ์ที่เกิดคลื่นยักษ์กระหน่ำเข้ามยังบริเวณที่พักว่า ระหว่างเกิดเหตุ ประทับอยู่ภายในโรงแรม และจู่ๆ มีคนมาเคาะประตูให้รีบหนี จึงวิ่งหนีออกมาด้านหลังที่พักพร้อมกับคุณใหม่และผู้ติดตาม ระหว่างนั้นได้เห็นคลื่นยักษ์ไล่หลังมาติดๆ จึงรีบวิ่งมายังตึก 5 ชั้น ขึ้นมาจนถึงชั้น 4 ปรากฏว่าคลื่นซัดเข้ามาถึงชั้น 3 พอดี ทำให้ปลอดภัย

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาฯ กล่าวว่า ระหว่างเกิดเหตุ คุณพุ่มไม่ได้เล่นเจ๊ตสกีตามที่เป็นข่าว แต่กลับขึ้นมาแล้ว และคุณพุ่มยังวิ่งนำหน้าไปก่อน ตอนนั้นคิดว่าคุณพุ่มคงปลอดภัยแล้ว เมื่อคลื่นสงบได้ลงมาจากตึก ต้องเดินลุยโคลนออกมา ขณะที่ผู้ติดตามทูลให้เดินทางไปที่ภูเก็ตก่อน ตอนนั้นไม่ได้คิดว่าคุณพุ่มจะเสีย เพราะตำรวจติดตามคุณพุ่ม 2 คนรอดชีวิต แต่คุณพุ่มไม่รู้หายไปไหน กระทั่งสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ มา จึงกลับมาที่พังงาอีกครั้ง และเดินลุยโคลนหาคุณพุ่มทั้งคืนก็ยังไม่พบ และเจ้าหน้าที่มาพบศพในช่วงเช้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาฯ ทรงกล่าว ได้หยุดร้องไห้เป็นระยะๆ และกล่าวในตอนท้ายว่า แต่ก่อนมีคุณพุ่มเป็นเพื่อน จากนี้ไปไม่มีคุณพุ่มแล้ว คงต้องทำงานหนักขึ้น

ส่วน คุณสิริกิติยา เจนเซ่น พระธิดาองค์เล็กในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาฯ หรือ คุณใหม่ น้องสาวของ คุณพุ่ม เจนเซ่น เล่าผ่านคนใกล้ชิดในช่วงนาทีชีวิตที่วิ่งหนีคลื่นยักษ์ว่า

"ในวันเกิดเหตุ ใหม่ตื่นตั้งแต่ 6 โมงเช้า ซึ่งปกติเป็นคนที่ตื่นสาย แต่วันนั้นไม่รู้ทำไมเหมือนกันถึงได้ตื่นขึ้นมาแต่เช้า พอตื่นขึ้นมาก็พยายามปลุกคนอื่นๆ ด้วย ไม่นานก็ลงไปเล่นน้ำในทะเล ตอนที่ลงไปเล่นน้ำนั้นมันไม่มีเหตุการณ์อะไรผิดสังเกตเลย ทุกอย่างปกติ แต่พอเล่นไปได้สักพัก ใหม่ก็เห็นน้ำทะเลมันลดลงไป ลดฮวบเลย ลดลงจนหาดทรายแห้งเลย ตอนนั้นตื่นเต้นมาก ใหม่รีบตะโกนเรียกให้องครักษ์มาดูด้วยกัน ตะโกนบอกองครักษ์ว่า ทะเลสวยดี และใหม่ก็หยิบกล้องมาถ่ายรูป ซึ่งก็สามารถถ่ายรูปตอนที่น้ำทะเลลงไปได้

จากนั้นไม่นานก็ได้ยินเสียงตะโกนให้รีบวิ่งขึ้นจากน้ำ ใหม่ตกใจมากก็รีบวิ่งหนี้ให้เร็วที่สุด หันกลับไปปรากฏว่าเห็นคลื่นยักษ์ลูกใหญ่มากกำลังจะมาถึงตัว ใหม่พยายามวิ่งไปบนชายหาดให้ได้ ตอนนั้นน้ำทะเลซัดมาโดนตัวแล้ว แต่ถือว่าโชคดีที่น้ำซัดไปโดนต้นสน ใหม่รีบเกาะเอาไว้แน่นเพื่อเอาตัวให้รอด..."

คุณใหม่เล่าว่าต้องทนเกาะอยู่เป็นเวลานาน และยังได้เห็นคุณพุ่มวิ่งนำขึ้นหาดไปพร้อมกับองครักษ์ จึงคิดว่าคงจะไม่เป็นอะไร ต่อมา ทหารองครักษ์พาวิ่งขึ้นไปบนตึก และรออยู่จนคลื่นสงบ

"พอมองลงมาข้างล่างเห็นคนตายเกลื่อนเลย ใหม่เดินลุยโคลนออกมา เห็นคนตายเยอะมาก รู้สึกสงสารมาก สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องแย่ที่สุดที่ใหม่เคยเจอมา ตอนนั้น ใหม่ก็ยังคิดว่าคุณพุ่มไม่เป็นอะไร..."

นั่นคือเรื่องราวที่ถ่ายทอดถึงนาทีชีวิต ก่อนที่ในที่สุด คุณพุ่ม จะจากไปอย่างไม่มีวันกลับในเหตุการณ์ครั้งนั้น

    โดย : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  เมื่อ : 5/01/2005 10:45 PM


ความคิดเห็นที่: 14


"คุณพุ่ม เจนเซ่น" แก้วตา ดวงใจผู้จากไป
แหล่งที่มา : นสพ.มติชน [ 2004-12-28 ]

รายงาน

เหตุการณ์วิปโยคคลื่นยักษ์ถาโถมซัดกระหน่ำหลายประเทศในเอเชียใต้ รวมถึงจังหวัดชายฝั่งทะเลอันดามันภาคใต้ของไทย ยังผลเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างใหญ่หลวง และมิอาจประเมินค่าความสูญเสียอันบาดลึกในใจที่ยากเยียวยาแก้ไขได้ในเร็ววัน เนื่องจากมีผู้ประสบชะตากรรม เสียชีวิตจากภัยภิบัติทางทะเลครั้งนี้จำนวนมาก

สำหรับคนไทยแล้ว ความเสียหายครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก ทั่วทุกภูมิภาคต่างเศร้าโศกเสียใจกับเพื่อนพี่น้องผองเลือดไทยผู้ระทมทุกข์ มิหนำซ้ำเรายังสูญเสีย "คุณพุ่ม เจนเซ่น" พระโอรสในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ผู้เป็นดั่งแก้วตา ดวงใจของทูลกระหม่อมหญิงฯของคนไทย

ด้วยความอาลัยรัก "คุณพุ่ม" ผู้จากไป เราจึงได้นำเสนอ บทประทานสัมภาษณ์บางตอน ของทูลกระหม่อมหญิงฯที่ประทานสัมภาษณ์นิตยสาร "ผู้หญิง" รายปักษ์ ฉบับเดือนธันวาคม 2544 เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ "คุณพุ่ม" ในวัย 18 ปี

**ขอกราบทูลถามว่าตอนที่คุณพุ่มเกิด
ในฐานะที่ทรงเป็นแม่ที่ได้พระโอรส ทูลกระหม่อมฯ รู้สึกอย่างไรเพคะ


-ดีใจที่สุดในชีวิต เป็นวันที่มีความสุขที่สุด วันที่น้องพุ่มเกิด เขาแข็งแรง น้ำหนักประมาณ 9 ปอนด์ ตัวโต น่ารักมาก

**แล้วเมื่อครั้งที่ทรงเลี้ยงคุณพุ่มตั้งแต่ยังพระเยาว์
ระหว่างที่ประทับอยู่สหรัฐอเมริกา เลี้ยงยากง่ายอย่างไรเพคะ


-อันที่จริง จะว่าเลี้ยงยากก็ไม่ใช่ นอกจากที่เขาเป็นอยู่นี่ ก็ไม่ยาก ตั้งแต่เกิดมาเลย เป็นเด็กแข็งแรง เลี้ยงง่าย และรับประทานเยอะมากเพียงแต่ตอนกลางคืนไม่นอน ชอบนอนตอนกลางวัน กลางคืนไม่ค่อยนอน เพราะหูไวมากการพัฒนาการทางร่างกายเร็วกว่าปกติ ไม่ดื้อด้วย แต่ก็เป็นอย่างที่เขาเป็น คือเป็นออทิสติก ราวสักขวบครึ่งเริ่มยุ่งๆ ชอบวิ่งไปวิ่งมา ไม่พูด ไม่สบตาคน สังเกตว่าเขาไม่เล่นตุ๊กตา Stuffed Animals แต่ก็ไม่เกลียด เพียงแต่ไม่สนใจ แต่ตอนนั้น เราไม่รู้ว่าลูกเป็นอะไร...อายุสัก 10 เดือนพัฒนาการก็ทำท่าจะดีเหมือนเด็กทั่วไป เช่น ทำท่าจะพูด แต่ก็หยุดไปตอนย่างเข้าขวบครึ่ง ก่อนน้องใหม่(คุณสิริกิติยา เจนเซ่น)เกิด จะพบสิ่งผิดสังเกต แล้วจะติดแม่มาก พออายุเข้าตอน 2 ขวบ กลับมาเมืองไทยอีกทีเริ่มสังเกตเห็นอาการแล้ว...จะยุ่งมากเลย ติดแม่มาก ชอบจับผมแม่ วิ่งไปมา ไม่พูด พูดอะไรด้วยเหมือนไม่ได้ยิน

พอสัก 2 ขวบครึ่งก็พาลูกไปหาหมอที่ซานดิเอโก สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นที่ที่เราพักอยู่ เขาบอกไม่รู้ว่าเด็กเป็นอะไร พาไปที่โรงพยาบาลเด็ก ไปทดสอบหูว่าได้ยินไหม...น้องพุ่มก็ได้ยิน ก็เลยไปเริ่มเข้าโปรแกรมฝึกพูด(Speech Program) แต่หมอก็ไม่ได้พูดว่าเป็นอะไร เพราะเขาไม่ทราบ

หรือไม่หาจิตแพทย์ เขาก็บอกเลยว่าไม่ได้เป็นออทิสติก แต่ไม่รู้เป็นอะไร คือไม่พูด ที่จริงเขาก็พูดเหมือนกัน พูดเป็นคำๆ อย่างคำว่า แม่...Bird...Go...Eat..ก็ไปเรียนพูดที่โรงพยาบาลเด็ก ตอนนั้นไม่มีใครแนะนำให้ไปพบหมอเฉพาะทางนี้เลย ซึ่งเราก็พาไปหานักจิตวิทยาให้ทำ Psychological Test

แต่มีจิตแพทย์อยู่คนหนึ่ง บอกว่าต้องมีอะไรผิดปกติแน่ๆ เพราะตอนท้องได้ 4 เดือน มีเลือดออกเยอะมาก ทำท่าจะแท้ง แล้วไม่มีใครพาไปหาหมอ ตอนนั้นเราอยู่ซานดิเอโก...เหงามาก ไม่รู้จักคนไทยเลย ตอนนั้นพ่อของน้องพุ่มก็ไม่อยู่ เราโทร.ไปบอก เขาก็ว่ากลับมาไม่ได้ เพราะจะมีประชุม เราเลยโทรศัพท์ไปหาหมอสูติที่ดูแลเราอยู่ บอกว่าเลือดออก เรามีแต่พี่เลี้ยงอยู่ด้วยคนหนึ่ง พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ขับรถก็ไม่ได้ พะพลอย(คุณพลอยไพลิน เจนเซ่น) ก็ยังเล็กและก็ไม่สบายด้วย ปรากฏว่าหมอของเราก็ไม่อยู่ มีแต่หมอที่เป็นพาร์ตเนอร์อยู่แทน หมอคนนั้นก็บอกว่าให้นอน แล้วพรุ่งนี้ค่อยมาก็ได้...ก็รู้สึกว้าเหว่มาก รู้สึกไม่มีใครในโลก ในที่สุดหมอที่ดูแลอยู่ประจำก็โทรศัพท์กลับมา ตอนนั้นเลือดหยุดแล้ว บอกให้เราโทรศัพท์ไปหาคนคนหนึ่งซึ่งเป็นเพื่อนหมอ แล้วทำธุรกิจอยู่กับเรา(เกี่ยวกับการขายบ้าน) เพื่อนคนนี้เป็นผู้หญิงและเป็นผู้ใหญ่หน่อยแล้ว ให้มารับพาไปหาหมอ ตอนหลังก็เลยกลายเป็นเพื่อนกัน

หมอบอกว่ารกเกาะต่ำ ตอนนั้นท้อง 4 เดือนแล้ว ไม่ทราบว่าจะอยู่ได้หรือเปล่า หมอถามว่าจะเอาออกหรือเอาไว้ เราบอกไม่ให้เอาออก เพราะรู้สึกผูกพัน ถึงอย่างไรเราก็จะเสี่ยงอุ้มท้อง ถึงจะต้องนอนนานถึง 6-7 เดือนก็ยอม แล้วก็ต้องนอนอยู่ถึง 2 เดือน งานที่ทำอยู่ก็ต้องหยุด นอนนิ่งๆ เลย แล้วรกก็เลื่อนขึ้น...อาการดีขึ้น หลังจากนั้นน้องพุ่มก็เกิดมา แข็งแรงดี

**แล้วอาการของคุณพุ่มดีขึ้นตอนไหนเพคะ

-อาการก็ดีขึ้นไปเรื่อยๆ เด็กที่เป็นแบบนี้ไม่มีปัญหาอย่างหนึ่ง ก็ต้องเป็นอีกอย่างหนึ่ง ปัญหาเปลี่ยนไปเรื่อยๆ หลายปีต่อมา อายุสัก 10-11 ขวบ ไปหาหมออีกคนหนึ่งก็เปลี่ยนยา แต่เป็นยากระตุ้นประสาทเหมือนกันปฏิกิริยาเริ่มรุนแรงขึ้น ตอนนั้นเวลาเดินทางจะมีตำรวจไทยคอยดูแล ก็ชกเขาบ้าง อะไรต่ออะไร คือยานี้ยิ่งทำให้เป็นเหมือนถูกบีบสมอง บางทีเราต้องหยุดยาเองนะ แต่หลังๆ พอเข้าเรียนในระดับจูเนียร์ไฮสคูลใน Public School เรารู้ว่าเขาขอพี่เลี้ยงได้ เพราะเราจ่ายภาษี เราเริ่มรู้แล้ว ก็ขอพี่เลี้ยงแบบตัวต่อตัว(One on One Aid) ตั้งแต่ชั้นระดับจูเนียร์ไฮสคูล ก็เรียนไปเรื่อยๆ ก็เรียนได้บ้าง เพราะโปรแกรมก็ไม่ได้ดีอะไรเท่าไรเป็นการสอนเด็กที่มีปัญหาต่างๆ ทุกคนรวมกันหมด ที่จริงช่วง 2 ปีแรกที่อยู่ไฮสคูลก็ดี เพราะครูรู้จักเขา เราไปเป็นอาสาสมัครสอนหนังสือด้วย แต่เป็นในคลาสอื่นๆ ซึ่งตัวน้องพุ่มเองไม่อยากให้ไป เขาไม่อยากให้ไปคุมเขาเราไปอาทิตย์ละหน มีกิจกรรมอะไรในโรงเรียนก็ไปช่วย

**การรับทราบเกี่ยวกับอาการของคุณพุ่มของทูลกระหม่อมฯ
ดูเหมือนว่ามีลักษณะค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป


-ทราบอยู่แล้วว่าปัญหา ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านจะมีตามรัฐใหญ่ๆ เช่น แอล.เอ. แถวๆ วอชิงตัน ดี.ซี. ก็มีพอดีเรามีเพื่อนที่แอล.เอ. เขารู้จักหมอเด็กที่เป็นคนไทย หมอไทยเขาก็แนะนำหมอคนนี้ให้ หมอที่ซานดิเอโกที่หมอไทยแนะนำให้เชี่ยวชาญเรื่อง ADD เคยไป Study กับหมอซึ่งเป็นบรมครูเฉพาะทางด้านสมาธิบกพร่องที่เซาท์แคโรไลนา หมอคนนี้ก็ว่าอาจเป็นออทิสติก ฉันคุยกับหมอ ปรึกษาเขาว่าอยากให้น้องพุ่มทำ Therapy กับจิตแพทย์ เขากลับบอกว่า...ยูนั่นสิที่ควรจะทำ เพราะยูเงียบๆ ไม่ปล่อยอารมณ์ตีโพยตีพาย และเขาก็เขียนในรายงานว่า...เรารับไม่ได้ที่ลูกเป็นอย่างนี้...ก็ใช่...มันรับยากนะเรื่องแบบนี้ ก็ค่อยๆ ยอมรับ แล้วหาทางแก้ไข พอบอกเป็นออทิสติก มันแรงมากนะ มันทำใจยากในที่สุดก็รับได้ ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็หาทางแก้ไปเรื่อยๆ ตอนนั้นก็โตแล้ว อายุ 12-13 ปี พอหลังปี 1995-1996 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ก็ทรงเริ่มช่วย

**ทูกกระหม่อมฯ ทรงคลี่คลายความรู้สึกหรือยอมรับอย่างไรเพคะ

-วันหนึ่งๆ น้องพุ่มพูดอะไรได้บ้างก็จดไว้ 10 คำ 20 คำ 30 คำ เราก็ดีใจ ก็ทำไปเรื่อยๆ...(ทรงเงียบชั่วขณะ) ไม่มีอะไรจะคลี่คลายได้ ก็ต้องยอมรับ ทำใจเฉยๆ นิ่งๆ ในที่สุดหมอคนนี้ก็บอกให้เราไปพบจิตแพทย์ เขาว่า...ยูนิ่งมากๆ สงบมาก ยูผิดปกติ...คือแม่ทุกคนที่มาต้องร้องไห้ตีโพยตีพายแต่เราไม่เป็น เพราะน้องพุ่มเป็นมานานแล้ว เป็นสิบปีแล้ว เราก็ยอมรับแล้ว ทำใจได้แล้ว อีกอย่างหนึ่งคนตะวันออกหรือคนเอเชียนี่จะไม่ร้องกรี๊ดกร๊าดอย่างฝรั่ง

ต่อมาหมอคนนี้ก็แนะนำหมออีกคนหนึ่งให้ชื่อ ดร.เฟ็ดเดอร์ ซึ่งเขาเพิ่งย้ายมาอยู่ซานดิเอโก ก็เลยเป็นหมอคนเดียวในซานดิเอโกที่รักษาโรคแบบนี้ ก็บอกว่าสิ่งที่น้องพุ่มเป็นไม่ได้เรียกว่าเป็นออทิสติก(Autistic)เสียทีเดียว แต่เรียกว่าเป็น ออทิสติกสเปกตรัม เพราะน้องพุ่มไม่ได้มีอาการทุกอย่าง เด็กแต่ละคนมักมีอาการไม่เหมือนกัน หมอเริ่มพูดว่า น้องพุ่มเป็นออทิสติกประมาณปี 1997

พอซักปี 1998 เราป่วยเอง อาจจะเป็นเพราะเครียดมาก เหนื่อยมาก จึงเกิดอาการปวดหลังมาก เข้าโรงพยาบาลฉีดมอร์ฟีนก็ไม่หายปวด ตอนนั้นน้องพุ่มเป็นห่วงแม่มาก กลัวแม่จะตาย น้องพุ่มไม่เคยยอมเข้าโบสถ์ เพราะน้องพุ่มถือว่าตัวเองนับถือศาสนาพุทธ ครูพี่เลี้ยงเคยเล่าให้น้องพุ่มฟังว่ามี Prayer Group มักจะสวดมนต์ให้คนที่ป่วยหนัก วันที่แม่ป่วย น้องพุ่มเรียนหนังสือไม่ได้แต่ขอไปสวดมนต์ที่ Prayer Group ก็ไปสวดมนต์ ครูบอกให้สวดแบบของยู ก็สวด...นะโมตัสสะ...

ครูพี่เลี้ยงก็โทรศัพท์มาบอกแล้วถามว่าน้องพุ่มเป็นอะไร เขาสงสัยว่าทำไมถึง Upset เราก็บอกว่าเราไม่สบาย เขาเลยรู้ว่าทำไมน้องพุ่มจึงเรียนหนังสือไม่ได้ แล้วขอไปสวดมนต์ พอน้องพุ่มกลับมาบ้าน ถามป้าแดงที่สอนการบ้านน้องพุ่มว่าแม่จะตายหรือเปล่า ป้าแดงบอกว่าไม่ตาย แม่ปวดหลังเฉยๆ ทุกวันนี้แม่ไปไหนแล้วกลับมาตอนกลางคืนต้องตื่นมาดูแม่ทุกครั้ง เป็นห่วงแม่มาก

**กีฬาประเภทไหนที่คุณพุ่มโปรดปรานที่สุดเพคะ

-เขาชอบกีฬาทุกอย่าง แต่ตอนนี้ชอบเจ็ตสกีมากที่สุด

**ขอกราบทูลถามความคิดเห็นเกี่ยวกับเด็ก
หรือครอบครัวที่มีบุตรหลานมีอาการแบบนี้ในเมืองไทยเพคะ


-มีมากที่เป็นเด็กมาจากครอบครัวที่มีฐานะดี พ่อแม่มีความรู้ ตอนนี้เราเริ่มออกมาประกาศ เพราะเราไม่เห็นว่าต้องปิดบัง คนจะได้เข้าใจว่าน้องพุ่มเป็นนะ ไม่ต้องรู้สึกว่าเป็นเรื่องน่าอับอาย คนจะได้เข้าใจและเห็นใจช่วยเหลือ มาช่วยกันทำโครงการนี้ให้ประสบความสำเร้จ ก็มีหลายคนที่ช่วยบริจาคให้คุณหมอเพ็ญแข แต่ก็มีพ่อแม่หลายคนที่ยังอาย ไม่กล้าออกมา ..ที่จริงตอนตั้งท้องพะพลอยเคยอ่านนิยายเรื่องหนึ่งที่แม่มีลูกหูหนวก ซึ่งทำให้แม่ต้องเปลี่ยนชีวิตทั้งชีวิตเพื่อลูก ต้องอุทิศเวลาทั้งหมด ทำอะไรไม่ได้เลยคิดถึงตัวเองไม่ได้เลย ใช้ทุกวินาทีให้ลูกที่หูหนวก..ก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองต้องมาเจออะไรคล้ายๆ แบบนี้ แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมากแล้ว...คิดว่าช่วยเขาให้ดีที่สุด

**มีเหตุการณ์ครั้งไหนที่คุณพุ่มทำให้ทูลกระหม่อมฯ ประทับใจอยู่จนทุกวันนี้เพคะ

-ธรรมดาก็ประทับใจตลอด เขารักแม่ เขาเชื่อเรา แม่มีอิทธิพลต่อเขา วันเกิดหรือวันแม่ เขารู้ว่าเราชอบครีมหอมๆ ก็ให้ป้าแดงสั่งซื้อครีมให้แม่ เขาจะนึกถึงแม่ตลอด กลัวแม่จะตาย..

**ทูลกระหม่อมฯ ทรงคาดหวังกับคุณพุ่มมากน้อยแค่ไหน อย่างไรเพคะ

-ไม่ได้คาดหวังให้เขาเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แต่อยากให้น้องพุ่มได้เรียนมากที่สุด อยากให้หายเป็นปกติ อยากให้เขามีความสุข

**ระหว่างสหรัฐอเมริกากับเมืองไทย คุณพุ่มชอบอยู่ที่ไหนมากกว่ากัน เพคะ

-ถามเขาทีไร ก็บอกว่าเมืองไทยเป็นบ้าน อย่างที่ไปฝรั่งเศสด้วยกันครั้งหลังสุด น้องพุ่มบอกว่าอยากกลับบ้าน ถามว่าบ้านไหน เขาก็บอกว่าบ้านที่เมืองไทย

    โดย : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  เมื่อ : 5/01/2005 10:56 PM


ความคิดเห็นที่: 15


ฟ้าหญิงใหญ่ทรงซึ้งใจคนไทยรักโอรส ตั้งมูลนิธิคุณพุ่ม
โดย ..... นสพ.มติชน วันที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2548


ฟ้าหญิงใหญ่ทรงซึ้งใจคนไทยรักโอรส ตั้งมูลนิธิ"คุณพุ่ม"ช่วยเด็ก"ออทิสติก"

เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 5 มกราคม ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จฯยังศาลาสหทัยสมาคม พระบรมมหาราชวัง เพื่อประกอบพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมคุณพุ่ม เจนเซ่น โดยมีบริษัทเอกชนเป็นเจ้าภาพ จากนั้นได้เสด็จยังพระที่นั่งบรมพิมาน พร้อมประทานสัมภาษณ์แก่สื่อมวลชน

ทูลกระหม่อมหญิง ทรงกล่าวว่า อยากขอบใจคนไทยทุกคนที่ให้กำลังใจและรักคุณพุ่ม และขอแสดงความเสียใจกับทุกคน อย่างไรก็ดี เป็นความซาบซึ้งที่ทุกคนให้กำลังใจทำให้เข้มแข็งอยู่และทำงานต่อไป ที่ผ่านมาได้ทราบจากสื่อมวลชน โดยได้อ่านหนังสือพิมพ์ ฟังวิทยุ ดูโทรทัศน์ ทราบว่าทุกคนรักคุณพุ่ม ดีใจที่คุณพุ่มอยู่ในดวงใจของทุกคน อีกทั้งทุกวันที่มีการสวดอภิธรรมก็มาแสดงความเสียใจ แสดงความรักด้วยการมาเซ็นชื่อจำนวนมาก

"ทุกคนได้ร่วมทุกข์จนทำให้มีกำลังใจ เปรียบเหมือนทุกคนเป็นคนในครอบครัว และมีเพื่อนมาปลอบอยู่ตลอดเวลา ดีใจมาก ขอบคุณในความช่วยเหลือที่เจ้าหน้าที่ช่วยกันหาน้องพุ่ม อยากให้รู้ว่าได้ร่วมอยู่ในเหตุการณ์ ได้ร่วมสูญเสียน้องพุ่ม ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่สูญเสียมากที่สุดในชีวิต อยากให้ทุกคนที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก สูญเสียทรัพย์สินเงินทองมีกำลังใจ โดยเฉพาะพี่น้องใน 6 จังหวัดแถบทะเลอันดามัน โดยเฉพาะที่เขาหลัก จ.พังงา ซึ่งมีความสูญเสียมากที่สุด เป็นอะไรที่บรรยายไม่ได้ อยากให้ทุกคนมีกำลังใจ และรับรู้ว่าประชาชนคนไทยทุกคนกำลังช่วยกัน และเข้าใจในความรู้สึก ความสูญเสียแต่ทุกคนต้องตั้งสติ และช่วยเหลือคนอื่นต่อไป"

ทูลกระหม่อมหญิง ทรงกล่าวต่อไปว่า ตอนนี้ต้องพยายามทำใจให้เข้มแข็งแต่สัญญาว่าอีกไม่นานจะลงไปเยี่ยมเยือนประชาชนทางภาคใต้ ขณะนี้ได้ส่งเงินและสมาชิกทูบีนัมเบอร์วันไปช่วยแล้ว ดีใจที่ทุกคนรักคุณพุ่ม ไม่อยากให้ทุกคนลืมคุณพุ่ม อยากให้อยู่ในจิตใจของคนไทยตลอดไป แม้ว่าคุณพุ่มจะจากไปแล้ว แต่ก็จะตั้งมูลนิธิให้คุณพุ่มเพื่อให้ได้บุญ โดยมูลนิธิดังกล่าวตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส และนำเงินส่วนหนึ่งไปช่วยเด็กออทิสติก ยังยืนยันจะตั้งโรงเรียนช่วยเหลือเด็กออทิสติกอยู่ ขณะนี้ได้รับเงินจากประชาชนก็นำเข้าโครงการมูลนิธิคุณพุ่ม ชื่อบัญชี "ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯเพื่อน้องพุ่ม"

"ขอขอบใจผู้ที่ช่วยเหลือคนอื่น เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ที่ร้ายแรงสำหรับพวกเราและแขกที่มาเยี่ยมเยือน จึงขอบอกว่าจะของดงานแม่น้ำของแผ่นดินปีที่ 6 เพราะแม่น้ำของแผ่นในปีนี้จัดเป็นแนวบันเทิงมากๆ ไม่เหมาะ พวกเราคนไทยยังอยู่ในความเศร้าสลด และสูญเสีย ซึ่งตอนนี้กำลังรู้สึกสูญเสียไม่รู้จะทำใจได้เมื่อไร"

ฟ้าหญิงใหญ่ ทรงกล่าวอีกว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีรับสั่งกับตนว่า ต้องเข้มแข็งและทำงานต่อไป และทำงานเยอะ ส่วนเรื่องการเก็บร่างของคุณพุ่มไว้ 100 วันตอนนี้มีคนมาแจ้งขอเป็นเจ้าภาพเยอะมาก เดือนมกราคมเต็มหมดแล้ว และคงดูว่าต้องทำอย่างไร ส่วนเรื่องที่ชาวต่างชาติยกย่องให้เป็นวีรสตรี จำได้ว่าเป็นเหตุการณ์ที่นำเด็กขึ้นเฮลิคอปเตอร์มาด้วย ตอนนั้นเด็กตัวซีดมากกำลังจะตายก็รู้สึกดีใจที่เด็กปลอดภัย และดีใจที่ได้ช่วยชีวิตเด็กคนนี้

คุณพลอย เจนเซ่น กล่าวว่า ตอนอยู่อเมริกาทราบว่าคุณพุ่มหายไป กังวล โทร.หาใครก็ไม่ติด มีกระแสข่าวมากมาย จนต้องกลับเมืองไทยเพื่อเป็นกำลังใจให้แม่ และอีกวันสองวันจะไปให้กำลังชาวใต้ และอยากให้ลองคิดดูว่าถ้าตัวเองฆ่าตัวตายแล้วคนที่อยู่ต่อจะทำอย่างไร เป็นเรื่องที่โง่มากๆ หากทำเช่นนั้น อยากให้ทุกคนอดทน และดำเนินชีวิตต่อไป


คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่นี่นะคะ

    โดย : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  เมื่อ : 6/01/2005 11:53 AM


ความคิดเห็นที่: 16


คุณพลอยไพลิน“เขียนจม.เปิดผนึก”สุดอาลัย“คุณพุ่ม”

คุณพลอยไพลิน เจนเซน เขียนจดหมายเปิดผนึกเผยแพร่ในเว็บไซต์ของสภากาชาดไทย กล่าวถึงเหตุการณ์คลื่นสึนามิ ที่ทำให้ต้องสูญเสียคุณพุ่ม น้องชายคนเดียวไป ด้วยวัยเพียง 21 ปี ทั้งที่ยังมีอนาคตสดใส และรอยยิ้มอันบริสุทธิ์ แม้จะยังรู้สึกโศกเศร้า แต่ยังมีผู้เดือดร้อนอีกเป็นจำนวนมาก จึงเชิญชวนให้ช่วยกันบริจาคให้กับสภากาชาดไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยและฟื้นฟูสาธารณูปโภค เป็นอนุสรณ์แด่น้องพุ่ม และผู้ประสบภัยสึนามิทุกคน

เนื้อหาที่กล่าวในจดหมายของคุณพลอยไพลิน ระบุว่า “ ความเสียหายอันใหญ่หลวงที่เกิดจากคลื่นยักษ์ (สึนามิ) ทางชายฝั่งทะเลเอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ.2547 นำมาซึ่งความเศร้าโศกเสียใจต่อมวลมนุษย์ทั้งโลก คลื่นยักษ์ที่เกิดขึ้นในเช้าวันนั้นได้คร่าชีวิตน้องชายคนเดียวของข้าพเจ้าไปด้วย คุณพุ่ม เจนเซน ด้วยวัยเพียง 21 ปี ยังอยู่ในช่วงชีวิตที่มีอนาคต สดใส น้องพุ่ม กำลังมีพัฒนาการดีอย่างต่อเนื่องในการเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตในสังคม น้องพุ่ม มีผลกระทบจากออทิสซึม คนไทยทุก ๆ คน รวมทั้งผู้ที่มีโอกาสได้รู้จัก และพบเห็นน้องพุ่ม คงจะไม่มีวันลืมรอยยิ้มอันสดใส บริสุทธิ์ ของน้องพุ่มได้

ถึงแม้ข้าพเจ้าจะรู้สึกเศร้าสลดจากการสูญเสียน้องชาย และผู้ร่วมเดินทางไปด้วยในครั้งนั้น รวมทั้งผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายคน แต่ข้าพเจ้าก็ยังสำนึกได้ว่า มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ มีผู้ที่สูญเสียพ่อ แม่ ญาติพี่น้อง ไร้ที่อยู่อาศัย ปัจจัยต่าง ๆ อีกมาก ที่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ เหมือนกับที่ครอบครัวของข้าพเจ้าได้รับ ข้าพเจ้าได้รับการบอกเล่าเรื่องที่เลวร้ายจากเพื่อนที่ประสบภัย มองเห็นภาพของซากปรักหักพังที่หลงเหลืออยู่ ได้รับการบอกเล่าว่าหมู่บ้านทั้งหมู่ถูกคลื่นซัดหายไปในพริบตา บางครอบครัวเหลือสมาชิกที่มีชีวิตอยู่เพียง คนเดียว หรือเด็ก ๆ ต้องกำพร้าพ่อแม่ ไม่มีคนดูแล และผู้คนที่เสียทุกสิ่งทุกอย่างไปในทะเลที่เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย จนกลายเป็นมหันตภัย

เมื่อข้าพเจ้าตั้งสติได้ จึงตัดสินใจที่จะหาทางช่วยเหลือผู้ประสบภัย ด้วยการค้นหาข้อมูลและวิธีการที่จะพอช่วยเหลือได้ตามกำลังความสามารถ ข้าพเจ้าตัดสินใจไปที่สภากาชาดไทยหลังจากวันเกิดเหตุ 2 วัน วันนั้น ประหลาดใจมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าทางเข้าสภากาชาดไทย การจราจรติดขัด สิ่งของที่ได้รับบริจาค กองอยู่เต็มถนน จนไม่สามารถนำรถยนต์เข้าไปได้ ต้องจอดรถยนต์ลงเดิน ฝ่าฝูงชนเข้าไป ได้เห็นอาสาสมัครทำงานอย่างแข็งขันในการรับบริจาคเงิน เครื่องนุ่งห่ม อาหาร ยารักษาโรค โลหิต หลายคนวุ่นวายกับการรับโทรศัพท์ แจ้งบุคคลสูญหาย หรือขอให้ติดตามญาติพี่น้องของผู้ประสบภัย ถึงแม้จะทราบอยู่แล้วว่า คนไทยมีจิตใจโอบอ้อมอารี น้ำใจงาม แต่น้ำใจของคนไทย ที่พร้อมใจกันยินดีช่วยเหลือผู้ประสบภัยสึนามินั้นมากมายเกินกว่าที่คิดเอาไว้

ด้วยเกียรติศัพท์ที่เป็นที่เชื่อถือไปทั่วโลกของสภากาชาดไทย ทำให้สภากาชาดไทยเป็นศูนย์กลางของการช่วยเหลือผู้ประสบภัยสึนามิ สภากาชาดไทยมีบุคลากรที่มีความรู้ และประสิทธิภาพ รวมทั้งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มีศักยภาพพอที่จะขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างรวดร็ว และทันเวลา รวมทั้งมีการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสภากาชาดสากล

ผลกระทบจากภัยธรรมชาติครั้งนี้ เรียกได้ว่าเป็นภัยธรรมชาติครั้งใหญ่ ครั้งหนึ่งที่มีผลกระทบต่อคนทั้งโลก เพราะมีคนหลายชาติ หลายภาษา ที่ต้องเสียชีวิตและบาดเจ็บ คนทั้งโลกพร้อมใจกันช่วยเหลือ จนเป็นที่ซาบซึ้งไปทั่ว แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อการบรรเทาทุกข์ขั้นแรกเสร็จสิ้น ยังมีงานฟื้นฟูที่จำเป็นต้องกระทำอย่างต่อเนื่อง บางคนสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง ต้องมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ ต้องพัฒนาสาธารณูปโภคให้ได้ดีดังเดิม หรือดีขึ้นกว่าเดิม เด็กกำพร้าที่จำเป็นต้องดูแลทั้งด้านจิตใจ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม การศึกษา ที่อยู่อาศัย สิ่งเหล่านี้ต้องการความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องอีกหลายปี

ข้าพเจ้าอยากจะชักชวน และขอร้องให้ช่วยกันบริจาคให้กับสภากาชาดไทยอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย และฟื้นฟูสาธารณูปโภค ผู้บาดเจ็บชาวต่างชาติส่วนใหญ่ได้รับการดูแลรักษาขั้นต้น จนสามารถ กลับถิ่นฐานบ้านของตนเองได้แล้ว แต่คนไทยที่ประสบภัย บางคนไม่มีบ้านจะกลับไปอยู่ ไม่เหลือใครที่จะช่วยดูแล บางคนยังมีอาการบาดเจ็บ แผลติดเชื้อ สุขภาพทรุดโทรม รวมทั้งผลกระทบจากความเสียหายที่ทำให้น้ำดื่มไม่สะอาด สิ่งแวดล้อมเป็นพิษ ซึ่งมักจะเกิดขึ้นเสมอหลังจากเกิดภัยธรรมชาติ เรามาช่วยกันสร้างกุศลนี้ด้วยการบริจาคให้กับสภากาชาดไทย เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่น้องพุ่ม และผู้ประสบภัยสึนามิทุกคน และขอให้ผลบุญนี้ นำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองแด่ท่านทุกคน ขอขอบคุณ พลอยไพลิน เจนเซน”

ทั้งนี้ เว็บไซต์สภากาชาดไทยhttp://www.redcross.or.thได้เผยแพร่ A Message From Khun Ploypailin Jensen ซึ่งเป็นจดหมายของคุณพลอยไพลิน เจนเซ่น ธิดาในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ที่เขียนถึงเหตุการณ์คลื่นสึนามิ เป็นภาษาอังกฤษว่า

“The effects of the tsunami that devastated the coasts of South and Southeast Asia on the 26th of December 2004 have deeply touched the lives of everyone in the global community. This is especially true for those who have been personally affected by this catastrophe, as my family and I have. The killer waves that struck that morning violently stole the life of my only brother, Khun Poom Jensen, at the tender age of 21. He was in the prime of his life, having become more self-sufficient in dealing with the social constraints that accompanied his autism. His bright smile and caring nature will be sorely missed by all the people of Thailand and anyone who had ever had the pleasure to meet him.

Although I was devastated by my brother’s death, and the deaths and injuries of the others who were traveling with my family at the time, I knew that thousands of others around the country and region had also been killed and injured, people who wouldn’t have had access to the help and resources that my family did. I began listening to friend’s and family’s stories of their harrowing tales of survival and first-hand accounts of the massively destructive impact of the waves, which left barely a trace of the hotel where they had been staying. I heard stories of villages that had been wiped off the map, families of which only one member survived, young children who had lost both parents and had nowhere to turn, and people who lost all their possessions to the capricious sea.

As a way of coping with my brother’s passing, I decided to devote myself to doing anything I could to help the survivors of the tsunami. After inquiring about how I could contribute to the relief effort, I was quickly directed to the Thai Red Cross Society. On my first visit to the Thai Red Cross headquarters, a few days after the disaster, I was astounded by the tremendous outpouring of support. The road was completely blocked by people transporting basic necessities, clothing, and food to the Red Cross make donations. Our vehicle was unable to turn into the entrance because the driveway was covered with mountains of donated goods in cardboard boxes emblazoned with the familiar Red Cross symbol. Hundreds of volunteers were engaged in a variety of activities, including sorting out the donations, fielding phone calls from concerned family members, and coordinating blood donors, to name a few. Even though the generosity of the Thais is widely known throughout the world, the heartfelt support triggered by the tsunami disaster exceeded everyone’s expectations.

Because of its worldwide reputation, the Red Cross has become the focal point of the tsunami disaster relief effort. The Red Cross symbol sported by the supply distribution teams and doctors that are sent to the disaster-stricken areas acts as a pass that facilitates the assistance and care of the tsunami victims. In this way, goods and medical care are more easily and efficiently distributed to those who are the most affected. The Red Cross’s international knowledge base and experience makes it the organization that is most able to pool international aid and pull together the know-how needed to help in a disaster on such a grand scale.

The most far-reaching disaster of the modern era has generated unprecedented compassion and support from all corners of the globe. Many people may have made an initial donation as a way to allay their concerns about the tsunami victims. These donations have been greatly appreciated and have been used to feed and clothe those in immediate need. However, the devastation that the tsunami has wrought has long-term consequences, those that cannot be solved with only these impulsive donations. Villages need to be rebuilt from the ground up. Essential infrastructure such as clean water distribution and electricity needs to be put in place once again. Newly orphaned children need to be fed, clothed and put through school. These tasks require continuous monetary support; support that usually peters out as times passes after a major disaster.

I urge you all to donate to the Thai Red Cross Society now and on a regular basis to sustain the relief effort, which will take years to complete. Although many injured foreigners were able to return to the tranquility of their home countries, the Thais that live in the devastated area are returning to nothing but a shell of their previous lives after having lost their loved ones, their homes, and their livelihoods. On top of that, many are being ravaged by disease and infections caused by the dirty drinking water and environment. Without proper medical care and sanitation, the already shockingly high death toll may rise even further.

Please repay the generosity of the Thai people with your own generosity. It is a fitting tribute to my brother, Poom, and the thousands of others who perished on that tragic day. I’m sure they would do the same for you.
Thank you.”

จากhttp://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9480000004177


โดย : ว่าวลม เมื่อ : 10/01/2005 08:20 PM (202.28.180.201)

    โดย : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  เมื่อ : 10/01/2005 08:37 PM


ความคิดเห็นที่: 17


ฟ้าหญิงใหญ่ทรงเขียนถึงคุณพุ่ม คำพูดสุดท้ายก่อนจาก ไอเลิฟยู

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาฯ ประทานบทความพิเศษถึง"คุณพุ่ม เจนเซ่น" ทรงถ่ายทอดความในใจ "แม่รักน้องพุ่ม และไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น แม่ก็จะมีน้องพุ่มอยู่ใกล้ๆ ในหัวใจ...ตลอดกาล" ทรงเผยคำพูดสุดท้ายก่อนที่จะจากกันนิรันดร์ "คุณพุ่มเข้ามาจูบแม่แล้วบอกว่า ไอเลิฟยู"

น้องพุ่มลูกสุดที่รัก My Dear Happy Gentleman

คอลัมน์ เคียงข่าว

แม่คิดถึงน้องพุ่มเหลือเกิน เพราะเราอยู่ที่ไหนก็อยู่ด้วยกัน...ตลอดมา

แม้ว่าแม่จะต้องทำงาน น้องพุ่มก็จะวิ่งเข้าวิ่งออกมาหาแม่ มาจูบทั้งก่อนไปโรงเรียนและหลังกลับจากโรงเรียน หรือเวลาไปเที่ยวที่ไหนๆ มา แม้ว่าแม่จะกลับจากงานช้า ถ้าน้องพุ่มได้ยินเสียงรถแม่กลับมาน้องพุ่มก็ตื่นมารับ เพราะเราต้อง Say Good Morning และ Good Night กันทุกวันและทุกคืน แล้วเราจะต้องเขียนอี-เมลส่งกัน...ทุกๆ คืน

นี่แหละทำให้แม่เปิดอี-เมลไม่ได้...อยู่ตั้งนาน หลังจากวันนั้น

แม่ตัดสินใจเปิดอี-เมลเพื่อเขียนถึงน้องพุ่ม...ในวันหนึ่ง และต้องร้องไห้เมื่อเห็นอี-เมลมากมายที่เขียนมาแสดงความเสียใจที่แม่ต้องเสียน้องพุ่ม My Happy Gentleman ไปในเหตุการณ์อันโหดร้าย มหันตภัยสึนามิที่มาพรากน้องพุ่มไปจากแม่ ทั้งยังก่อความสูญเสียและเสียหายมากมาย ทั้งชีวิตและทรัพย์สิน และทุกสิ่งทุกอย่าง ตลอดจนชีวิตของคนในหลายๆ ประเทศ รวมทั้งประเทศไทยด้วย

แม่ต้องร้องไห้ทุกครั้ง ด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยายได้...หากก็เป็นความรู้สึกอันยิ่งใหญ่เพราะแม่ได้ทราบว่า แม้ในตอนที่รู้ข่าวว่าจะมีคลื่นยักษ์มา ตำรวจและทหารที่ดูแลน้องพุ่มอยู่จะพาน้องพุ่มหนีไปจากบีช หลังจากที่รับจากเล่นเจ็ตสกี น้องพุ่มก็ยังเป็นห่วงแม่และจะกลับมาหาแม่เพื่อเราจะได้ไปด้วยกัน

แม่อยากให้น้องพุ่มเป็น Happy Gentleman อย่างที่แม่เรียกน้องพุ่ม เวลาเราเขียนอี-เมลกัน แม่จะพยายามเข้มแข็ง แม่ยังมีน้องพุ่มเป็นกำลังใจ เพราะเหมือนกับเรามีจิตวิญญาณที่ติดตรึงประหนึ่งเดียวกัน แม่จะทำงานให้เมืองไทยที่น้องพุ่มรัก...ตลอดมา

แม่จะคิดว่ามีน้องพุ่มอยู่ใกล้ๆ ตลอดเวลา เพื่อคุ้มครองแม่ เพราะน้องพุ่มเป็น My Best Bodyguard ของแม่เสมอ เหมือนกับทุกครั้งที่เราไปไหนๆ ไปทำงานด้วยกันน้องพุ่มก็เป็น Bodyguard คอยดูแลแม่

แม่ดีใจที่ ในวันที่ 26 ธันวาคม 2547 วันอันโหดร้ายที่สึนามิมาเอาน้องพุ่มไปจากแม่ น้องพุ่มมา Say Good Morning กับแม่...เหมือนกับทุกๆ วันแล้วเราก็คุยกัน เมื่อน้องพุ่มจะลาไปเล่นเจ็ตสกี น้องพุ่มก็จูบแม่แล้วบอกว่า "I Love You" แม่ก็จูบน้องพุ่มและตอบว่า "I Love You"

ถึงอย่างไร คำสุดท้ายในโลกนี้ ที่เราบอกกันก็คือ I Love You

แม่รักน้องพุ่ม และไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น...แม่ก็จะมีน้องพุ่มอยู่ใกล้ๆ ในหัวใจ...ตลอดกาล

I Love You

Julie



>>> คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่นี่นะคะ
-------------------------------------------------------
โดย : ว่าวลม เมื่อ : 11/02/2005 11:34 PM

    โดย : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  เมื่อ : 12/02/2005 07:32 AM


ความคิดเห็นที่: 18



พระราชทานเพลิง ศพคุณพุ่ม เชิญสู่สวรรคาลัย
โดย ... นสพ.ไทยรัฐ วันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม 2548


จากที่มีกำหนดพิธีพระราชทาน เพลิงศพคุณพุ่ม เจนเซ่น โอรสในทูลกระหม่อมหญิง อุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ที่ถึงแก่อนิจกรรม จากเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิซัดถล่ม จ.พังงา เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2547 ในวันที่ 30 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ พร้อมทูลกระหม่อมหญิง อุบลรัตนราชกัญญาฯ คุณพลอยไพลิน และคุณสิริกิติยา เจนเซ่น มายังศาลาสหทัย ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระราชทาน ในการออกเมรุพระราชทานศพคุณพุ่ม

จากนั้นเวลา 13.30 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯพร้อมทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาฯ ทรงร่วมพิธีเชิญโกศคุณพุ่มจากศาลาสหทัย ในพระบรมมหาราชวัง ขึ้นรถวอจัตุรมุข เพื่อเคลื่อนไปยังเมรุหลวง หน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส โดยริ้วขบวนเชิญโกศได้ออกจากพระบรม มหาราชวังทางประตูเทวาภิรมย์ ไปตามถนนมหาราช เลี้ยวซ้ายเข้าถนนท้ายวัง ผ่านเข้าถนนมหาไชย แล้วเลี้ยวขวาเข้าถนนบำรุงเมือง ถนนกรุงเกษม และถนนหลวง เข้าสู่สุสานหลวงวัดเทพศิรินทราวาส ทางประตูด้านใต้ ซึ่งในริ้วขบวนประกอบด้วยรถจักรยานยนต์และขบวนตำรวจม้าเกียรติยศ 10 ม้า ที่มีม้านำขบวนเป็นม้าที่คุณพุ่มโปรดและขี่เป็นประจำชื่อ “ไนกี้” ตามด้วยรถยนต์หลวงเชิญหีบศพ ทะเบียน รยล 893 รถยนต์หลวงวอจัตุรมุขเชิญโกศศพ และตลอดเส้นทางที่ขบวนเคลื่อนผ่านนั้น มีข้าราชการ ประชาชนแต่งชุดดำ ออกมายืนร่วมไว้อาลัยอยู่ริมถนนเป็นแถวยาว

ทั้งนี้ ขบวนเชิญโกศคุณพุ่มมาถึงวัดเทพศิรินทราวาสในเวลาประมาณ 14.30 น. และมีพิธีแห่โกศรอบเมรุ 3 รอบตามประเพณี ท่ามกลางคลื่นมหาชน คณะบุคคลสำคัญ มาร่วมในพิธีพระราชทานเพลิงศพภายในวัดหลายพันคน

กระทั่งเวลา 17.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี และพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จขึ้นสู่พลับพลาอิศริยาภรณ์ ประทับพระราชอาสน์ ที่หน้าอาสนสงฆ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทอดผ้าไตร หลั่งทักษิโณทก และเสด็จขึ้นเมรุ พร้อมสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงหยิบกระทงข้าวตอก ดอกไม้จากเจ้าพนักงาน พระราชพิธี วางข้างโกศ ตามด้วยธูปเทียนดอกไม้จันทน์ ทรงจุดไฟ และทรงวางดอกไม้จันทน์หน้าโกศ

จากนั้นพระบรมวงศานุวงศ์ ทยอยเสด็จขึ้นวางธูปเทียนดอกไม้จันทน์ที่หน้าโกศ ตามด้วยบุคคลสำคัญ ข้าราชการและประชาชนทยอยขึ้นวางดอกไม้จันทน์ ซึ่งระหว่างนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาฯ ได้นำหนังสือที่ระลึกงานพระราชทาน เพลิงศพคุณพุ่ม ซึ่งเป็นหนังสือประวัติคุณพุ่มตั้งแต่แรกเกิด กระทั่งเติบใหญ่ ทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และประทับเฝ้าฯทั้งสองพระองค์อย่างใกล้ชิด โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจับมือทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาฯ ที่มีใบหน้าโศกเศร้าและร้องไห้ เป็นการให้กำลังใจ ขณะที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงสวมกอดทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาฯ และรับสั่งด้วยเป็นเวลานาน กระทั่งเวลา 18.25 น. จึงเสด็จฯกลับ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงเอื้อมพระหัตถ์มาจับ ที่แก้มทั้งสองข้างของทูลกระหม่อม หญิงอุบลรัตนราชกัญญาฯ เป็นการให้กำลังใจอีกครั้ง

ต่อมาในเวลา 19.10 น. สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ กลับมายังเมรุหลวง วัดเทพศิรินทราวาสอีกครั้ง พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยาม บรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี และพระบรมวงศานุวงศ์ โดยทรงขึ้นทอดพระเนตรหีบศพคุณพุ่มอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเสด็จฯ ลงมายังพลับพลาที่ประทับ กระทั่งเวลา 19.30 น. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร จึงทรงนำทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาฯ ขึ้นไปยังเมรุหลวง ทรงประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพจริงคุณพุ่ม ท่ามกลางบรรยากาศที่โศกเศร้า


---------------------------------------------------------
>>> คลิกอ่านรายละเอียดและดูภาพเพิ่มเติม ได้ที่นี่นะคะ

    โดย : น้ำตาล   Mail to น้ำตาล  เมื่อ : 1/05/2005 06:10 PM



ชื่อ ::
  *
  รหัส ::   (เฉพาะสมาชิก)
 
อีเมล์ ::
  (สมาชิกไม่ต้องกรอก)
 
รูปประกอบ ::
  ไม่เกิน 50 Kb
     
Insert Bold text Insert Italicized text Insert Underlined text Insert Centered text Insert a Hyperlink Insert Email Hyerplink Insert an Image Insert Code Formatted text Insert Quoted text
 
รายละเอียด ::
  *
  ใส่รูปแสดงอาการ ::   Confused Idea Smile Wink Coool Love It Cry Devil Kiss Yum Big Grin Smiley Razz Brow
Blue Smile Ek Frusty Eek Weird Look Bawling Angry Fire Red Face Eplus Uh Oh Crying Sinister Tongue Roll Eyes
     
 Search Word:
ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บเพจนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง
และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งเพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบ ขอขอบพระคุณ

Copyright © 2001-2002 - nineto.com. All Rights Reserved.