| หน้านี้ท่านบรรเลง | บันทึกของน้ำตาล #2 | หลบงานมาเล่นเน็ต | หนอนหนังสือ |
| โพสต์รูปให้เพื่อนดู | สมุดลงนามสำหรับผู้มาเยือน | กระดานเสวนา | หนัง กะ เรา|

- เข้าระบบผู้ดูแล -



อร่อยรักละมุนลิ้น
     
 


หนังสืออ้างอิง .....
- หนังสือขนมลูกๆ ทองแดง ผู้จัดทำโดย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
- เมนูขนม ของ “ขนมบ้านอัยการ”
- หนังสือ เกาะเกร็ด แหล่งวัฒนธรรมเก่าแก่

๑ / ๑๔

 
     
      By : น้ำตาล  Mail to น้ำตาล    5/02/2004 09:53 PM  (203.107.130.10)  
 
 
 
  ความคิดเห็นที่: 1  
     
 


เทศกาลวาเลนไทน์ ..... อีกแล้วนะคะ มีเทศกาลให้แสดงความรัก แสดงน้ำใจไมตรี เป็นที่นิยมเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งเทศกาล ก็ยังดีกว่ามีสงครามกลางเมืองสักเมือง อย่างที่ทางภาคใต้เป็นอยู่ทุกวันนี้ จริงมั้ยคะ ???

หากเพื่อนๆ ..... ยังคิดถึงความหวานแห่งเทศกาลที่มักถูกแทนที่ด้วยช็อกโกแลต เพราะรู้สึกว่าเป็นเทศกาลหวานๆอยู่ล่ะก็ ลองหันมามองขนมไทยดูสักหน่อยดีมั้ยคะ เพราะขนมไทยๆก็เป็นสื่อแทนความรู้สึก แบบการกินอยู่อย่างไทยๆ คนไทยโบราณมักจะเชิญชวนผู้มาเยือน ด้วยสำรับกับข้าว อาหารการกิน และ น้ำใจไมตรี ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่สร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือนถึงเรือนชานเสมอ แล้วก็เป็นหนึ่งในเสน่ห์แห่งภูมิปัญญาไทยด้วยนะคะ ที่สำคัญคนได้รับเค้ายังจะทึ่งในไอเดียของเรา ยกย่องในการช่วยชาติประหยัดเงินตราค่าช็อกโกแลตจาก สวิสฯ เบลเยี่ยม เยอรมนี .... ฯลฯ ได้บ้างมั้งคะ ???

๒ / ๑๔

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   5/02/2004 09:58 PM  (203.107.130.10)
 

 
  ความคิดเห็นที่: 2  
     
 


แม้ช็อกโกแลต ..... จะอร่อยสุดยอด ก็ตัดใจสักหน่อยเถอะนะคะ หันมาดูขนมไทยๆ ทำบ้าง หรือ จะหาซื้อที่เค้าทำไว้แล้ว และ นำมาบวกกับการพัฒนาของเราให้เข้าขั้น ต้องตา ต้องใจ ในรสนิยม ก็ใช้ได้เลยคะ ถึงแม้ปัจจุบันพวกเราอาจจะมีเวลาน้อยลงไปอีกมากมาย ไม่มีเวลาที่จะมานั่งประดิษฐ์ขนมไทยๆ ให้ได้รสอร่อยอย่างที่เราต้องการ แต่ก็ไม่หนักหนาหรอกคะ เพียงแค่เราไปซื้อขนมไทยๆมา หรือไปสั่งเค้าทำตามร้านขนมไทยก็ได้คะ แล้วก็นำไอเดียของเราบอกเค้าไปตามที่เราต้องการ เช่น ทำขนมชั้นเป็นก้อนกลมๆ ใหญ่ๆคล้ายขนมเค้ก หรือ วุ้นมะพร้าว สีชมพูอ่อนๆ เอาพิมพ์รูปหัวใจมาใส่แทนพิมพ์สี่เหลี่ยมธรรมดาๆ แค่นี้ก็รอดตัวไปแล้ว สำหรับวาเลนไทน์ปีนี้ ไม่ต้องวิ่งหาดอกไม้ ที่ราคาแพงริบลิ่ว หรือ ช็อกโกแลตแพงๆ มาอ่อยเหยื่อ.....เอ๊ย....แสดงน้ำใจไมตรี ในการฉลองเทศกาลแห่งความรักกับเค้าแล้วนะคะ

๓ / ๑๔

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   5/02/2004 10:01 PM  (203.107.130.10)
 

 
  ความคิดเห็นที่: 3  
     
 


ขนมธรรมดาๆ ..... ทว่าเราใส่ความตั้งใจลงไปในทุกขั้น ทุกตอน ตั้งแต่การเลือกร้านค้าที่ปรุงรสชาติที่เหมาะกับลิ้นคนไทย เลือกซื้อไปก็คิดถึงคนที่จะได้รับไปด้วย ตรงนี้หล่ะ ที่เป็นทีเด็ด เคล็ดลับ ที่จะสื่อถึงความอร่อย และ อบอุ่น ด้วยความรู้สึกที่อยู่ข้างใน ที่จริงใจ และ จริงจัง ด้วยจิตวิญญาณที่ผูกพันได้อย่างไม่น่าเชื่อ การบรรจุใส่หีบห่อ ประดิษฐ์ประดอยวางลงในตะกร้าสวยๆ ก็บ่งบอกถึงความเอาใจใส่ ใครที่ได้รับ ก็อิ่มใจไปตั้งแต่ยังไม่ได้รับประทานแล้ว เผลอๆอาจจะไม่กล้ารับประทานเอาด้วยซ้ำ นะคะเนี้ย...!!! เพราะเสียดายความสวยงามที่อยู่ตรงหน้านั้น เอาดื้อๆ แต่อย่ามัวเพลินกับความงามของขนมที่ได้รับ จนล่วงเลยเวลา แล้วเจ้าเชื้อรา แขกที่ไม่ได้รับเชิญ จะมา “อร่อยรัก...ละมุนลิ้น” ของมันไปซะก่อนหล่ะคะ

๔ / ๑๔

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   5/02/2004 10:04 PM  (203.107.130.10)
 

 
  ความคิดเห็นที่: 4  
     
 


หวานมัธยัสถ์ ..... หวานอย่างสร้างสรรค์ หวานช่วยชาติ ไม่ซ้ำซากอย่างนี้ คงไม่เฉพาะวาเลนไทน์นี้เสียแล้วสิ หวานนี้ ใช้ได้อีกหลายๆ เทศกาลเลยนะคะ ขนมไทยๆ ทำก็ยาก ขั้นตอนการทำก็เยอะ น่าเสียดายขายได้ไม่กี่บาท ไม่เห็นจะคุ้มค่าเหนื่อยเลย เดี๋ยวนี้คนไทยที่ทำขนมไทยอร่อยๆ เหลือไม่กี่คนแล้ว ถ้าเราไม่ช่วยกันทานขนมไทยบ้าง อีกหน่อยคนไทยก็จะไม่ทำขนมไทย แล้วหันมาทำขนมฝรั่งขายกันตามสมัยนิยม เมื่อนั้นล่ะ กาลอวสานของขนมไทยโบราณๆ เหล่านี้ อาจจะถูกเก็บไว้ให้ลูกหลานชมกันในพิพิธภัณฑ์ไทยแน่นอน อย่าลืมนะคะ ขนมไทยห่อละ ๕ บาท ๑๐ บาทเอง ช่วยกันซื้อทาน ซื้อเป็นของกำนัล จะได้มีขนมไทยสืบต่อไปด้วยกาลนานเทอญ ..... ฯลฯ

๕ / ๑๔

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   5/02/2004 10:06 PM  (203.107.130.10)
 

 
  ความคิดเห็นที่: 5  
     
 


ขนมโบราณชุดทอง ..... ที่มีชื่อเป็นลูกๆ ของครอบครัว "คุณทองแดง"
ขนมโบราณอร่อยๆเหล่านี้ หาซื้อได้ที่ เกาะเกร็ด

เกาะเกร็ด ..... ได้ชื่อว่าเป็นท้องถิ่นที่มีฝีมือในการประกอบอาหารอร่อย และ มีลักษณะโดดเด่นเฉพาะตัว ทั้งนี้เพราะได้รับภูมิปัญญาด้านการทำอาหารมาจาก 2 กระแสหลักๆ คือ อาหารของมอญโบราณ และ อาหารชาววัง แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

มีเรื่องเล่าว่า ..... ฝีมือการทำขนมหวานที่มีรสอร่อย และ ประณีตสวยงามของชาวเกาะเกร็ด มีที่มาเช่นเดียวกับความสามารถในการทำอาหารชาววังทีเดียว ครั้งนั้นเมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ โปรดฯให้มีการปฏิสังขรณ์วัดปรมัยฯ สมัยนั้นกว่างานทุกอย่างจะลุล่วงแล้วเสร็จสมบูรณ์ ตามพระราชประสงค์ก็กินเวลานานถึง ๑๐ ปี ระหว่างนั้นพระองค์ท่าน ก็ได้เสด็จมาบำเพ็ญพระราชกุศลหลายครั้งหลายหน ซึ่งต้องมีการทำอาหารถวายพระ และ จัดเลี้ยงผู้ร่วมงาน ฝีมือการทำอาหาร คาวหวานของชาววังจึงได้รับการถ่ายทอดสู่ชาวเกาะเกร็ดที่ไปช่วยงานนั้น บ่อยครั้งเข้าก็เกิดความชำนาญ และ แพร่หลายถ่ายทอดมาจนถึงทุกวันนี้ ..... ฯลฯ

๖ / ๑๔

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   5/02/2004 10:09 PM  (203.107.130.10)
 

 
  ความคิดเห็นที่: 6  
     
 


สมัยสุโขทัย ..... ขนมไทยมีที่มาคู่กับชนชาติไทย จากประวัติศาสตร์ที่ติดต่อค้าขายกับต่างประเทศคือ จีนและอินเดีย มีส่วนช่วยส่งเสริมการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ด้านอาหารการกินร่วมไปด้วย

สมัยอยุธยา ..... เริ่มมีการเจริญสัมพันธ์ไมตรีกับต่างประเทศทั้งชาติตะวันออกและตะวันตก ไทยเรายิ่งรับเอาวัฒนธรรมด้านอาหารของชาติต่างๆ มาดัดแปลงให้เหมาะสมกับสภาพความเป็นอยู่ เครื่องมือเครื่องใช้ วัตถุดิบที่หาได้ ตลอดจนนิสัยการบริโภคของคนไทยเอง จนบางทีคนรุ่นหลังแทบจะแยกไม่ออกเลยว่า อะไรคือขนมไทยแท้ๆ อะไรที่เรายืมเค้ามา เช่น ทองหยิบ ทองหยอดและฝอยทอง หลายท่านอาจคิดว่าเป็นของไทยแท้ๆ แต่ความจริงแล้วมีต้นกำเนิดจากประเทศโปรตุเกส โดย มารี กีมาร์ หรือ ท้าวทองกีบม้า

๗ / ๑๔

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   5/02/2004 10:11 PM  (203.107.130.10)
 

 
  ความคิดเห็นที่: 7  
     
 


ท้าวทองกีบม้า หรือ มารี กีมาร์ ..... เกิดเมื่อ พ.ศ. ๒๒๐๑ หรือ พ.ศ. ๒๒๐๒ แต่บางแห่งก็ว่า พ.ศ. ๒๒๐๙ โดยยึดหลักจากการแต่งงานของเธอที่มีขึ้นในปี พ.ศ. ๒๒๒๕ และขณะนั้น มารี กีมาร์ มีอายุเพียง ๑๖ ปี บิดาชื่อ ฟานิก (Phanick) เป็นลูกครึ่งญี่ปุ่นผสมแขกเบงกอล ผู้เคร่งศาสนา ส่วนมารดาชื่อ อุรสุลา ยามาดา (Ursula Yamada) ซึ่งมีเชื่อสายญี่ปุ่นผสมโปรตุเกส ที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานในอยุธยา ภายหลังจากพวกซามูไรชุดแรกจะเดินทางเข้ามาเป็นทหารอาสา ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนเรศวรมหาราชไม่นานนัก

ชีวิตช่วงหนึ่งของ ท้าวทองกีบม้า ..... ได้เข้าไปรับราชการในพระราชวังตำแหน่งหัวหน้าห้องเครื่องต้น ดูแลเครื่องเงินเครื่องทองของหลวง เป็นหัวหน้าเก็บพระภูษาฉลองพระองค์ และเก็บผลไม้ของเสวย มีพนักงานอยู่ใต้บังคับบัญชาเป็นหญิงล้วน จำนวน ๒,๐๐๐ คน ซึ่งเธอก็ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เป็นที่ชื่นชม ยกย่อง มีเงินคืนทองพระคลังปีละมากๆ ระหว่างที่รับราชการนี่เอง มารี กีมาร์ ได้สอนการทำขนมหวานจำพวก ทองหยอด ทองหยิบ ฝอยทอง ทองพลุ ทองโปร่ง ขนมผิงและอื่นๆ ให้แก่ผู้ทำงานอยู่กับเธอและสาวๆ เหล่านั้น ได้นำมาถ่ายทอดต่อมายังแต่ละครอบครัวกระจายไปในหมู่คนไทยมาจนปัจจุบันนี้ และ ถึงแม้ว่า มารี กีมาร์ หรือ ท้าวทองกีบม้า จะมีชาติกำเนิดเป็นชาวต่างชาติ แต่เธอก็เกิด เติบโต มีชีวิตอยูในเมืองไทยจวบจนหมดสิ้นอายุขัย นอกจากนั้น ยังได้ทิ้งสิ่งที่เธอค้นคิดให้เป็นมรดกตกทอดมาสู่คนรุ่นหลัง ได้กล่าวขวัญถึงด้วยความภาคภูมิ ... ท้าวทองกีบม้าเจ้าตำรับอาหารไทย

๘ / ๑๔

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   5/02/2004 10:13 PM  (203.107.130.10)
 

 
  ความคิดเห็นที่: 8  
     
 


สูตรทองม้วนผักชี รสเค็มแบบของตาล

แป้งมัน 7.1 ขีด
แป้งสาลี 7.1 ขีด
กะทิ 9 ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย 6 ขีด
น้ำตาลปี๊บ 6 ขีด
เกลือป่น 6 ช้อนชา
ไข่ไก่เอาแต่ไข่แดง 6 ฟอง

ผักชีเอาทั้งรากปั่น พอหอม กะเอาตามแต่ชอบ
แล้วเอาใบผักชีใส่ลอยไปด้วย เวลาทำติดใบผักชี เพื่อสวยงามคะ

หมายเหตุ ::: ถ้าต้องการเค็มแบบที่ตาลทำ ก็ลดน้ำตาลลง หรือไม่ก็เพิ่มเกลือมากขึ้น นะคะ :-)

๙ / ๑๔

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   5/02/2004 10:17 PM  (203.107.130.10)
 

 
  ความคิดเห็นที่: 9  
     
 


ขนมไทยกับวิถีชีวิตของคนไทย ..... ข้าวนม ... เข้าหนม ... ข้าวหนม ... ล้วนเป็นคำอันเป็นที่มาของคำว่า “ขนม” ผู้สันทัดกรณีหลายท่านตั้งข้อสันนิษฐานไว้เริ่มตั้งแต่แรก “ข้าวนม” ที่นักคหกรรมศาสตร์หลายต่อหลายท่านบอกต่อๆกันมาว่าน่าจะมาจากคำนี้ เนื่องจากขนมมีอิทธิพลมาจากอินเดียที่ใช้ข้าวกับนมเป็นส่วนผสมสำคัญที่สุดในการทำขนม ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้ และนมไม่มีบทบาทสำคัญในการทำขนมของไทย โดยขนมไทยจะใช้มะพร้าวหรือกะทิเป็นส่วนผสมสำคัญ สำหรับ "เข้าหนม" พระราชวรวงศ์เธอกรมหมื่นจรัสพรปฏิญาณ ได้ทรงตั้งข้อสันนิษฐานว่า “หนม” เพี้ยนมาจาก “เข้าหนม” อย่างไรก็ตามไม่พบความหมายของคำว่า “หนม” ในฐานะคำท้องถิ่นภาคเหนือ เมื่ออยู่โดดๆ ในพจนานุกรมเช่นกัน

อีกข้อสันนิษฐานหนึ่งคำว่า ..... “ขนม”อาจมาจากคำในภาษเขมรว่า “หนม” ที่หมายถึงอาหารที่ทำมาจากแป้ง ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้วพบว่า ขนมส่วนใหญ่ทำมาจากแป้งทั้งนั้น โดยมีน้ำตาลและกะทิเป็นส่วนผสม จึงอาจกล่าวได้ว่า "ขนม” เพี้ยนมาจาก “ขนม” ในภาษาเขมรก็เป็นได้

๑๐ / ๑๔

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   5/02/2004 10:21 PM  (203.107.130.10)
 

 
  ความคิดเห็นที่: 10  
     
 


ขนมไทย ..... เริ่มแพร่มากขึ้นในสมัยอยุธยา ซึ่งปรากฏข้อความในจดหมายเหตุหลายฉบับ บางฉบับกล่าวถึง “ย่านป่าขนม” หรือ “ตลาดขนม” บางฉบับกล่าวถึง “บ้านหม้อ” ที่มีการปั้นหม้อ และรวมไปถึงกระทะ ขนมเบื้อง เตาและรังขนมครก แสดงให้เห็นว่า ขนมครก และ ขนมเบื้อง เป็นที่แพร่หลายมาก จนถึงขนาดมีการปั้นเตาและกะทะขาย บางฉบับกล่าวถึง ขนมชะมด ขนมกงเกวียนหรือขนมกง ขนมครก ขนมเบื้อง ขนมลอดช่อง

จนถึง ..... สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งถือว่าเป็นยุคทองของการทำขนมไทย ดังจดหมายเหตุฝรั่งโบราณได้มีการบันทึกไว้ว่า การทำขนมสมัยสมเด็จพระนารายณ์เจริญรุ่งเรืองมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อชาวโปรตุเกสอย่าง ท่านเจ้าหญิงวิชาเยนทร์ หรือบรรดาศักดิ์ว่า ท้าวทองกีบม้า ผู้เป็นต้นเครื่องขนมหรือของหวานวัง ได้สอนให้สาวชาววังทำขนมต่างๆ โดยเฉพาะได้นำไข่ขาวและไข่แดงมาเป็นส่วนผสมสำคัญอย่างที่ชาวโปสตุเกสทำ ขนมที่ท่านทำขึ้นและเป็นที่นิยมจนถึงปัจจุบันได้แก่ ขนมทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ขนมหม้อแกง ขนมทองโปร่ง ขนมทองพลุ ขนมสำปันนี และขนมไข่เต่า เป็นต้น

๑๑ / ๑๔

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   5/02/2004 10:26 PM  (203.107.130.10)
 

 
  ความคิดเห็นที่: 11  
     
 


ขนมกับประเพณีไทย ..... นิสัยของคนไทยโดยทั่วไปนั้น เมื่อรับประทานอาหารคาวเสร็จแล้วก็ต้องตามด้วยของหวานเสมอ เนื่องจากเมืองไทยอยู่ในเขตอากาศร้อน ผลไม้ต่างๆมีให้บริโภคตลอดทั้งปี และสามารถนำมาตากแห้ง เชื่อม กวน ทำเป็นขนมเก็บไว้รับประทานได้ตลอด ส่วนในหน้าหนาว ก็จะนิยมรับประทานขนมร้อน เช่น ขนมบัวลอย ถั่วเขียวต้มน้ำตาล หน้าร้อนขนมจะใส่น้ำแข็ง เพื่อช่วยดับความร้อน เช่น ขนมซ่าหริ่ม ลอดช่อง และทับทิมกรอบ ส่วนในฤดูฝนการเดินทางลำบาก ผู้หญิงไทยก็รู้จักการทำขนมแห้งเก็บไว้รับประทานได้นาน

เมื่อถึงงานบุญประเพณีต่างๆ ..... ใครที่มีฝีมือในการทำขนมอะไรก็มาช่วยกันคนละไม้ละมือเป็นวัฒนธรรมอันดีที่สร้างความสามัคคีในหมู่บ้าน หรือบ้านใกล้เคียงที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ทุกวันนี้ยังมีให้เห็นอยู่บ้างตามต่างจังหวัด เมื่อมีงานบุญงานกุศลต่างๆขนมที่ใช้ในงานประเพณีก็จะเป็นขนมที่มีชื่อในความหมายดีๆเสมอ เป็นมงคลนามมีลักษณะที่แลดูเหมาะสม เพื่อนำไปใช้ในแต่ละงานได้อย่างเหมาะสมมากยิ่งขึ้น ขนมที่ใช้ในงานบุญงานกุศลต่างๆของชาวไทยในสมัยก่อนที่นิยมทำกันมีมากมายโดย จะแยกเป็นพิธีประเพณี เมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยวจะยกฟ่อนข้าวไว้บนลานนวดข้าว เรียกว่า “พิธีขวัญขึ้นลาน” ทำตอนตะวันตกดิน โดยนำ ... ขนมต้ม ... ขนมบัวลอย ... ขนมหูช้าง ใส่ชะลอม มีผ้าขาวคลุมหาบไว้ที่ลานพร้อมกับร้องให้ข้าวขึ้นมาอยู่บนลาน เดินไปพูดไป แล้วเก็บรวงข้าวที่หล่นใส่กระบุงหาบมาที่ลาน

“ข้าวไปตกหล่นที่ไหน เชิญขึ้นมาบนลาน เชิญแม่โพสพขึ้นมาอยู่ที่ลาน”

๑๒ / ๑๔

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   5/02/2004 10:42 PM  (203.107.130.10)
 

 
  ความคิดเห็นที่: 12  
     
 


ขนมชั้น ..... เป็นขนมไทยชนิดหนึ่ง โบราณถือเป็นขนมสำหรับใช้ในพิธีมงคล และจะต้องหยอดขนมให้ได้ ๙ ชั้น หรือมากกว่านั้นก็ได้ จะเป็นศิริมงคลเจริญก้าวหน้า หรือบางรายอาจจะตั้งชื่อให้เป็นมงคลขึ้นไปอีกว่า "ขนมชั้นฟ้า" ส่วนผสมของขนมส่วนใหญ่จะเป็นแป้ง ซึ่งแป้งแต่ละอย่างก็จะทำให้ขนมนุ่มนวล น่ารับประทาน

ขนมปุยฝ้าย ..... ก็เป็นขนมไทยโบราณที่ใช้ในพิธีมงคลอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งเชื่อกันว่าจะได้เฟื่องฟูเหมือนขนม ลักษณะของขนมปุยฝ้ายที่ดี ควรจะเบาฟูเหมือนดอกฝ้าย และนุ่ม หน้าขนมจะต้องแตกเป็นแฉก เนื้อขนมละเอียด ส่วนผสมต่าง ๆ ของขนมก็ทำหน้าที่แตกต่างกันออกไป .....

-----------------------------

อ่านเรื่องราวของขนมไทย และ วิธีทำขนมไทยๆ ได้ที่นี่คะ
- http://www.google.co.th/search?q=%E0%B8%82%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2&ie=UTF-8&oe=UTF-8&hl=th

๑๓ / ๑๔

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   5/02/2004 10:46 PM  (203.107.130.10)
 

 
  ความคิดเห็นที่: 13  
     
 


หวานจริงๆนะ ..... หวานของจริงเลย เพราะตาลกำลังจะทำอมยิ้มรูปหัวใจ
ไว้แจกเพื่อนๆคะ เอาสูตร หัวใจน้ำตาล มั้ยคะ ตาลบอกให้ ทำง่ายๆเองคะ

เครื่องปรุง
- น้ำตาล ๑ ถ้วยตวง
- น้ำหวานสีแดง หรือ สีตามชอบคะ ๑ ช้อนชา
- แบะแซ ๑/๒ ถ้วยตวง
- เติมน้ำ ๖ ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ ..... นำไปเคี่ยวจนเดือด ลองหยดลงในน้ำดูว่าแข็งแล้ว ก็ยกลง ตักใส่พิมพ์รูปหัวใจอันเล็กๆ พิมพ์ก็ตัดจากแผ่นอลูมิเนียม ประกบกับไม้เสียบลูกชิ้น แล้วพันเทปไว้นิดนึงกันหลุดนะคะ ทาพิมพ์ด้วยเนยเทียม แล้วนำไปใส่ช่องแข็งในตู้เย็นไว้ ๑ ชั่วโมงคะ จากนั้นก็นำมาแกะออกจากพิมพ์ แล้วเอาโบว์เล็กๆผูกอีกนิดนึง ก็สวยน่ารักแล้วคะ

ใครอยากได้ หัวใจน้ำตาล ลองหัดทำเองได้เลยนะจ๊ะ : )


โชคดีจ๊ะ บ๊ายบายนะจ๊ะ

"น้ำตาล"
\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

๑๔ / ๑๔

 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   5/02/2004 10:57 PM  (203.107.130.10)
 

 
  ความคิดเห็นที่: 14  
     
  สารเพิ่มความหวาน
น้ำตาลนี่ เองนี่จ๊ะ ถึงได้มีหมูๆ หลายตัว
 
     
    By: วุฒิชัย     6/02/2004 12:09 PM  (24.2.139.23)
 

 
  ความคิดเห็นที่: 15  
     
  ใช่เลย.....ขนมหากขาดน้ำตาลก็คงไม่มีรสชาติ
และก็ใช่เลย.....หากไม่มี"น้ำตาล"เว็ปที่ดีมีสาระ
และน่ารักอย่างนี้ก็คงจะไม่เกิด.......ขอสารภาพ
ไว้ตรงนี้ว่าได้ร่อนเร่เข้ามาอ่านบางเรื่องของน้อง
น้ำตาลโดยบังเอิญแล้วน้ำตาคลอ ขอบคุณ
สำหรับเวปดีๆเช่นนี้ ถามหน่อยจ้ะ AprilFool
มายความว่าอย่างไร?
 
     
    By: มนชนก     6/02/2004 09:50 PM  (80.128.180.222)
 

 
  ความคิดเห็นที่: 16  
     
  ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ :-)

April ..... หมายถึง เดือนเมษายน
April Fool ..... หมายถึง คนที่ถูกเล่นแกล้ง หรือ ล้อเลียนในวัน April Fools' Day
April Fools' Day หรือ All Fools' Day ..... หมายถึง วันที่ 1 เมษายน ซึ่งเป็นวันเทศกาลคนโง่ ที่ถือว่า เป็นวันสนุกสนาน ล้อเลียนกันได้ โดยไม่มีการถือสาหรือโกรธเคือง


โชคดีนะคะ

\[=^-^=]/......\[=^๐^=]/
 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   6/02/2004 11:19 PM  (203.107.130.10)
 

 
  ความคิดเห็นที่: 17  
     
  สวัสดีครับ น้องน้ำตาล

ไม่ได้แวะเข้ามาเป็นอาทิตย์เลย ได้ข่าวเลยแวะมาเยี่ยม ขนมไทยอร่อยนะ ตอนเด็กๆชอบกิน ทองหยิบทองหยอด ฝอยทอง ปลากริมไข่เต่า ขนมช่อม่วง แต่น้ำตาลมากจริงๆ ก็คงพอๆกับ ชอคโกแลตนั่นแหละ แต่คนไทยก็น่าจะมาอนุรักษื ขนมไทย ให้ หวานใจได้กิน ของไทย ในวันวาเลนไทน์ แล้ววาเลนไทน์นี้ น้องน้ำตาลไปเดทกับใครครับ???? มีใครนัดหรือยัง หนุ่มๆหันกันขวับเลย อยากรู้คำตอบ ฮ่าๆๆๆๆๆ สุขสันต์วันวาเลนไทน์ครับ

โชคดและบ๊าย บาย จ๊ะ
 
     
    By: นรชาติ     7/02/2004 01:06 PM  (202.57.160.158)
 

 
  ความคิดเห็นที่: 18  
     
  ทานขนม แล้วก็นอนอ่านหนังสืออยู่ที่บ้าน
เหงาๆ ก็โทรศัพท์คุยกับแฟน แค่นี้ดีกว่านะคะ
ปลอดภัยที่สุดด้วยคะ :-)
 
     
    By: น้ำตาล  Mail to น้ำตาล   7/02/2004 03:41 PM  (203.107.130.10)
 

 
  ความคิดเห็นที่: 19  
     
  เห็นด้วยครับ
ผมชอบทองหยอดกับขนมเปียกปูน...
 
     
    By: pcharoensiri     8/02/2004 10:37 AM  (203.107.130.10)
 

 
  ความคิดเห็นที่: 21  
     
  ปกติจะไม่ชอบทานของที่มีรสหวาน แต่ชอบชอคโกแลตนะคะ
แต่ก็ไม่ได้ซื้อมาทานบ่อยหรือซื้อตามเทศกาล (ซื้อที่มันอร่อยแต่ราคาไม่แพง เพราะที่ว่าราคาแพงไม่อร่อยมีถมไป)
และปกติที่บ้านก็จะไม่ค่อยซื้อขนมหวานๆ มาทานกันบ่อยคะ
เพราะกลัวว่าพ่อแม่จะเป็นเบาหวาน และโรคอื่นๆด้วยค่ะ
น้องน้ำตาลก็ทานของหวานน้อยๆ นะค่ะเป็นห่วงสุขภาพค่ะ
 
     
    By: แอน  Mail to แอน   12/02/2004 08:12 PM  (202.28.179.1)
 

 
  ความคิดเห็นที่: 22  
     
 
อยากกินขนมชั้น เพิ่งทำไปเมื่อวันศุกร์

 
     
    By: เมย์  Mail to เมย์   2/07/2005 05:22 PM  (61.90.106.28)
 

 
  ความคิดเห็นที่: 23  
     
  NamTam Heart is so cute jung loy...(^^)  
     
    By: Guggig     3/09/2005 09:25 AM  (203.155.5.102)
 

 
  ความคิดเห็นที่: 24  
     
  ดีคะทุกคน  
     
    By: ฝน  Mail to ฝน   30/09/2005 05:08 PM  (61.91.143.120)
 

 
  ความคิดเห็นที่: 25  
     
  หนมน่าอาร่อยท้างน้านเล้ย ..... อยากชิมจางอ่ะ  
     
    By: ฟิวฟิว  Mail to ฟิวฟิว   17/01/2006 11:31 AM  (210.86.142.154)
 

 
  ความคิดเห็นที่: 26  
     
  ขนมน่ากินจัง  
     
    By: ไอวี่     18/01/2006 08:42 AM  (210.86.142.154)
 

 
  ความคิดเห็นที่: 27  
     
  ขนมชั้นน่ากินที่สุด  
     
    By: ก้อย     27/01/2006 03:05 PM  (202.129.48.122)
 

 
  ความคิดเห็นที่: 29  
     
  Text OrangeTextTextหน้ากินมาก ๆ อยากทำบ้างจัง  
     
    By: ปุยฝ้าย     8/02/2006 02:12 PM  (203.151.33.220)
 


     
 
       
ชื่อ ::
  *
 
อีเมล์ ::
 
 
รูปประกอบ ::
  ไม่เกิน 50 Kb
     
Insert Bold text Insert Italicized text Insert Underlined text Insert Centered text Insert a Hyperlink Insert Email Hyerplink Insert an Image Insert Code Formatted text Insert Quoted text
 
รายละเอียด ::
  *
  ใส่รูปแสดงอาการ ::   Confused Idea Smile Wink Coool Love It Cry Devil Kiss Yum Big Grin Smiley Razz Brow
Blue Smile Ek Frusty Eek Weird Look Bawling Angry Fire Red Face Eplus Uh Oh Crying Sinister Tongue Roll Eyes
       
     
 
     
 
 Search Word:
ข้อความที่ท่านได้อ่านในเว็บเพจนี้ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง
และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งเพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบ ขอขอบพระคุณ


Copyright © 2001-2002 - nineto.com. All Rights Reserved.